อังคณา ชี้ชัด ปลดหมอสุภัทร อ้างไม่เกี่ยวการเมืองไม่ได้ ติง ครม.รักษาการ ปลดขรก.ระดับสูง ไม่ถามกฤษฎีกาได้หรือไม่
จากกรณีการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข หรือ อ.ก.พ.สธ. ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ปลัดกระทรวง เป็นรองประธาน และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ลงมติปลดออกจากราชการ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ซึ่งปัจจุบันได้ลาออกจากราชการมาลงสมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน ฐานมีความผิดวินัยร้ายแรง จากกรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ชนิด ATK ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุงช่วยโควิด-19
สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ และแวดวงสาธารณสุขไม่น้อย
- ปลัดสธ. รับอ.ก.พ. โหวต ฟันหมอสุภัทร ผิดวินัยร้ายแรง จัดซื้อATK พัลวันปมกลั่นแกล้ง
- เลขาฯติ่ง รับหาก หมอสุภัทร ถูกฟันวินัย ทำขาดคุณสมบัติ อดตั้งคำถามไม่ได้ เป็นเกมสกัดพรรคส้ม
ทั้งนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร ส.ว. ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีดังกล่าวว่า “ถ้าเป็นจริงตามข่าวเรื่องมติของที่ประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ที่มี รมว.สาธารณสุขเป็นประธาน ลงมติ 4 ต่อ 3 เอาผิดทางวินัยนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กรณีจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุงช่วงโควิด-19 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จะทำให้หมอสุภัทร เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 98 และมาตรา 101 (6) ทันที
ไม่ทราบว่า อ.ก.พ.สธ.ใช้หลักการพิจารณาอย่างไร แต่หากใช้หลักการชั่งน้ำหนักการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่ามีความวิกฤตมาก เพราะชีวิตคนในชุมชนที่ครอบครัวทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และบุคคลเปราะบางต้องอาศัยรวมกันในบ้านซึ่งมีพื้นที่คับแคบ และไม่สามารถคัดแยกผู้ป่วยออกจากคนปกติได้ ในขณะที่เตียงในโรงพยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่เพียงพอกับการรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการแพร่เชื้อ และทำให้คนที่อาศัยในชุมชนต้องเสียชีวิตจำนวนมาก การคัดกรองเพื่อแยกผู้ป่วยจึงมีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการแพร่เชื้อ และการรักษาชีวิตของคนในชุมชนที่ส่วนมากมีฐานะยากลำบาก
หากจำกันได้ เมื่อปี 2024 หมอสุภัทร เป็นหนึ่งในตัวแทน ชมรมแพทย์ชนบท และมูลนิธิแพทย์ชนบท (Rural Doctors Movement) ขึ้นรับรางวัลแม็กไซไซ ซึ่งที่ผ่านมามีคนไทยไม่กี่คนที่ได้รับรางวัลนี้ ทั้งนี้ในการประกาศรางวัล คณะกรรมการมูลนิธิ Ramon Magsaysay Award Foundation (RMAF) ได้กล่าวคำยกย่องตอนหนึ่งว่า
“คณะกรรมการมูลนิธิ RMAF ยอมรับและยกย่องคุณูปการอันยิ่งใหญ่ทั้งในอดีต และที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องของขบวนการนี้ต่อสุขภาพของประชาชน และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการช่วยให้ประชาชนได้รับการยอมรับและสามารถใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของตนในฐานะพลเมืองได้อย่างแท้จริง โดยการยืนหยัดเคียงข้างคนยากจนในชนบท ขบวนการดังกล่าวได้ทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ขณะที่ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความทันสมัยที่มากยิ่งขึ้น” (https://rmaward.asia/rmawardees/rural-doctors-movement/)
หวังว่าข่าวที่ออกมาจะไม่เป็นความจริง เพราะการกระทำของคุณหมอสุภัทร และชมรมแพทย์ชนบท ควรเป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขภาคภูมิใจและสนับสนุน และการที่หมอสุภัทรเสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในครั้งนี้ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย และการวางรากฐานระบบสาธารณสุขของประเทศให้ก้าวหน้าและมีความเท่าเทียมมากขึ้น
ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กต่ออีกว่า การปลดออกข้าราชการ ไม่ทำให้ผู้นั้นเสียสิทธิในการได้รับบำเหน็จบำนาญ แต่จะทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด การปลดหมอสุภัทรออกจากราชการจึงทำให้เสียสิทธิทางการเมือง แล้วจะบอกไม่เกี่ยวกับการเมืองได้ยังไง แม้จะมีสิทธิอุทธรณ์แต่ก็จะทำให้เสียสิทธิในการสมัครและการเป็น ส.ส.ในครั้งนี้ .. ที่สำคัญ ท่าน รมต.ไม่ได้บอกว่า ครม.รักษาการ ปลดข้าราชการระดับสูงได้เองโดยไม่ต้องหารือกฤษฎีกาหรือไม่ ที่จริงควรให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณามากกว่าไหม เพราะรัฐบาลชุดนี้อาจถูกครหาว่าหวังผลทางการเมือง เพราะหมอสุภัทรถือเป็นคู่แข่งสำคัญในสนามเลือกตั้ง

