เท้ง ลุยอุดรูรั่วเศรษฐกิจใน 100 วัน รับปาก ส.อ.ท. หากเข้าสู่อำนาจ เดินหน้าแก้โจทย์ทันที ลั่นเห็นด้วย เดินหน้านโยบายที่ดี คนละครึ่งก็ด้วย
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมคณะ เข้าพบหารือกับนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
นายเกรียงไกร กล่าวภายหลังหารือว่า ได้แลกเปลี่ยนกับนายณัฐพงษ์และทีมบริหารของพรรคปชน.เรื่องนโยบายทางด้านเศรษฐกิจขับเคลื่อนอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่ มีความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่มีขั้นตอนและปัญหาอุปสรรคมากมาย อยากฟังว่าแนวทางของพรรคปชน.หากภายหลังการเลือกตั้งได้มาเป็นผู้บริหารประเทศจะมีแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการไปต่อได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ เพราะวันนี้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การแข่งขันภายนอกที่มากมาย ซึ่งควบคุมไม่ได้แต่ภายในที่ควบคุมได้จะทำอย่างไร
ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้มาให้ความมั่นใจว่า ทำนโยบายไม่ได้หวังคะแนนเสียงระยะสั้น แต่มองโจทย์ระยะยาวเป็นทางออกของประเทศ ภาคเอกชนได้สะท้อนว่ามีปัญหาคือการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาครึ่งหนึ่งที่ภาคเอกชนเจอมีรากเหง้าจากการทุจริต หากการเข้าสู่อำนาจของเราตรงไปตรงมา ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เชื่อว่าพรรคปชน.เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะเข้าไปดำเนินนโยบายส่วนนี้ เพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชั่นให้กับประชาชนได้ โดยโจทย์ 100 วันแรก คือ การอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ ปราบปรามสินค้าเถื่อนราคาถูกที่ลักลอบเข้ามา นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมฯ สะท้อนว่า นโยบายใดที่ดีอยู่แล้ว อยากให้ทำต่อ อย่าไปยกเลิกเพราะเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเราก็เห็นด้วย คนละครึ่งเราก็ทำต่อ แต่เพิ่มด้วยนโยบายหวยใบเสร็จ เชื่อว่า จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว
นอกจากนี้ยังยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ส่งเสริมผู้ประกอบการ ใครที่เข้ามาสู่ระบบภาษี นโยบายหวยใบเสร็จ ก็มีคูปองคืนให้ หน้าที่ของรัฐบาลคือสร้างแต้มต่อให้กับคนที่ทำถูกต้องในประเทศนี้ ส่วนใครที่ทำไม่ถูกต้อง เรามีหน้าที่ใช้อำนาจทางกฎหมายไปกำกับอย่างจริงจัง
ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงความพร้อมการจัดเวทีปราศรัยใหญ่พื้นที่กทม.ครั้งแรก วันศุกร์ที่ 30 มกราคม ที่บริเวณสวนลุมพินี ว่า นำโดยหัวหน้ามุมน้ำเงิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภท. พร้อมดรีมทีมเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รวมถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภท. ซึ่งจะขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองเป็นครั้งแรก
“รอบนี้จริงๆมีแค่สองฝั่ง ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา ก็มีแค่ฝั่งเราคือมุมน้ำเงิน กับอีกมุมนึงเท่านั้น อย่างที่บอกไม่เลือกเราเขามาแน่ ขอร้องพี่น้องทุกคน ถ้าอยู่ฝั่งเรา ประกอบไปด้วยหลายสีด้วยกัน เลือกสีอื่นไป คะแนนแตกเสียงหาย คะแนนทิ้งน้ำแน่นอน ขอให้ทุกท่านที่อยู่ฝั่งเรา อย่าให้เสียงแตก มาเลือกภท. ถ้าท่านไม่ชอบเรามาก แต่ก็ไม่ชอบอีกฝั่งหนึ่ง อีกมุมหนึ่งมากกว่า ก็ขอให้ท่านมาช่วยเลือกเรา ไม่งั้นเสียงแตกแน่นอน สุดท้ายก็คือฝั่งเราแพ้ อีกฝั่งหนึ่งเป็นตาอยู่ก็จะเอาไปกิน ไม่เลือกเราเขามาแน่ ฉะนั้น ขอโอกาสมุมน้ำเงินเพื่อให้เป็นแชมป์ต่อสู้กับอีกมุมนึง”น.ส.ศุภมาส กล่าว
ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.)กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดยนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการ โดยตอนหนึ่งยอมรับว่าพท.ได้ทำผลสำรวจความเห็นของประชาชน เพื่อรู้ว่าจะสื่อสารอย่างไรกับประชาชน โดยนายสรยุทธ สอบถามว่าตัวเลขโพลขณะนี้อยู่ที่เท่าไหร่ เกิน 150 หรือไม่ ซึ่งนายยศชนันก็ยอมรับว่าประมาณนั้น นายสรยุทธถามอีกว่า จะถึง 200 ไหม นายยศชนันก็ตอบประมาณนั้น ทำให้นายสรยุทธสรุปว่า ตัวเลขโพลเพื่อไทย ได้ส.ส.อยู่ที่ 150-200 คนใช่หรือไม่ โดยนายยศชนันไม่ได้ปฏิเสธ

