‘ไก่ ทิพา’ ผู้สมัครส.ส.ลำปาง ปชน. แชมป์เก่าเขต1 ชูนโยบาย ‘ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก’ ผลักดันส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การท่องเที่ยวเมืองรถม้า จัดสวัสดิการตั้งแต่เด็กแรกเกิด-กลุ่มเปราะบาง ปลุกคนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาถิ่นเกิด
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่จ.ลำปาง นางทิพา ปวีณาเสถียร ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน(ปชน.) เขต 1 ลงพื้นที่พบปะพ่อแม่พี่น้องที่บ้านป่าเหียง, บ้านบ่อแฮ้ว, บ้านสันกลาง, บ้านป่ายะ และบ้านฮ่องกอก ตำบลบ่อแฮ้ว อ.เมือง โดยได้ชูจุดแข็งนโยบายต่างของพรรค ปชน.โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นางทิพา กล่าวว่า แคมเปญนโยบายของพรรค ปช.กว่า 200 นโยบาย แต่ขอยกมาแค่ 3 เรื่อง ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก คือ ไทยไม่เทา รัฐบาลต้องโปร่งใส ไม่มีทุนเทา ยุติคอรัปชั่น และประชาชนตรวจสอบได้ ไทยเท่ากัน คือ มีสวัสดิการให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ดูแลเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดได้เงินทุนเข้าบัญชี 600 – 1,200 บาท แม่มีทุน 3 พันบาทสำหรับเตรียมตัวดูแลบุตร นักเรียน นักคึกษา มีทุนศึกษาฟรี ทุนอาหารกลางวัน รวมทั้ง 2 พันบาทศึกษานอกห้องเรียน และไทยทันโลก เป็นเรื่องการใช้นวัตกรรมปรับปรุงระบบต่างๆ รวมถึงการทำรถไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั่วถึง ทุกจังหวัดเชื่อมถึงกันได้ น้ำประปาดื่มได้ น้ำใสไหลตลอด 2 ชม. ตั้งใจทำเป็นรัฐบาลประชาชนช่วยกันคิดช่วยกันทำตรวจสอบได้
นางทิพา กล่าวถึงคำถาม ‘มีคำกล่าวอยู่เสมอ จ.ลำปางเป็นเพียงจังหวัดทางผ่าน ไม่ใช่จังหวัดของการพัฒนาว่า สำหรับเมืองผ่าน หรือ จ.ลำปางเป็นจังหวัดที่ไม่หมุนตามกาลเวลา ใครมาก็ผ่านไปเลยไปจังหวัดอื่น เรื่องนี้คิดว่าไม่ใช่ขอเถียง จ.ลำปางเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ ศักยภาพบางอย่างยังไม่ถูกมาใช้ ประชาชนลำปางต้องมาช่วยกันกำหนดทิศทาง ให้เป็นเมืองที่ไม่หยุดหมุนตามกาลเวลา ผลักดันส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การท่องเที่ยว

‘ลำปางเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาก เป็นเมืองมีอัตลักษณ์มีสัญลักษณ์เป็นรถม้า สามารถดึงศักยภาพให้สูงขึ้นดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ลำปาง เศรษฐกิจชุมชน นศ.มธ.ร่วมช่วยกันดึงศักนยภาพ ให้จบแล้วที่ไปทำงานต่างถิ่นกลับมาทำงานพัฒนาบ้านเรา พัฒนาสินค้าเซรามิกแต่มีอุปสรรคที่ถูกสินค้าจีนมาตีตลาด ดังนั้นเราต้องพัฒนาในทุกๆดึงศักยภาพในการแข่งขั้น ดูแลโรงงานเซรามิก เอสเอ็มอี รวมถึงดูแลพนักงานให้ได้สวัสดิการที่ดี ‘นางทิพา กล่าว

นางทิพา กล่าวถึงการแก้ปัญหา PM2.5 ว่า ทุกท่านคงทราบเป็นปัญหาใหญ่มาก ไม่ใช่แค่ระดับพื้นที่ เป็นทั่วประเทศ ตั้งแต่หมู่บ้าน ชุมชน ภาครัฐต้องให้ความสำคัญ เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา มีโอกาสได้เข้าเรียนกับ นศ.มธ.ศูนย์ลำปาง วิชา TU100 เกียวกับเรื่องหน้าที่พลเมืองและแก้ปัญหา ในวันนั้น ได้พูดถึง PM2.5 ในจังหวัดลำปาง เรื่องแรก ระดับพื้นที่ปลูกจิตสำนึกให้ชุมชน หมู่บ้าน แนะนำให้ นศ.เข้าไปให้ความรู้ แนะนำให้ชาวบ้านรู้ถึงพิษภัยการเผาขยะเปียกและขยะแห้ง รวมถึงไปให้ความรู้ ชาวเกษตรกรอย่าเผาเศษวัศดุที่เหลือจากการทำนา เช่นตอซังข้าว ควรกลบไถไปให้เป็นปุ๋ย พรวนดินเพิ่มปุ๋ยทำให้ต้นไม้งอกงามได้ รวมทั้งนำเศษวัศดุเหลือใช้มาเป็นรายได้ เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนด้วย นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ทั้งซื้อหรือประดิษฐ์เอง

นางทิพา กล่าวว่า จ.ลำปางมีประชากรผู้สูงอายุสูงสุดของประเทศ พรรคปชน.ไม่ละเลยเรามีนโยบายดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยแบ่งเป็นสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับผู้สูงอายุทุกคนตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เรามีเงินสวัสดิการให้ 1 พันบาท หากเป็นรัฐบาลปี69 ขึ้นให้ทันที และปี 2573 เพิ่มเป็น 1.5 พันบาท สมัยพรรคก้าวไกล เราจะให้สวัสดิการผู้สูงอายุ 3 พันบาท แต่คำนวณประชากรแล้วและเงินที่กองคลังยังไม่สามารถให้ได้ แต่หากในอนาคตสามารถหาเงินมาเติมในกองคลังได้เราจะขึ้นให้ไม่ต่ำกว่า 3 พันบาทเช่นกัน และ กลุ่มผู้สูงอายุป่วยติดเตียง มีนโยบาย ให้ลูกหลานมาดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่ติดเตียงเพื่อสร้างความอบอุ่น ด้วยเงินเดือน 1.5 พันบาทตลอด 4 ปี แต่หากลูกหลานยังติดภารกิจทำงานต่างจังหวัด เราจะจ้างอสม.มาดูแล ดังนั้น เราไม่ละทิ้งผู้สูงอายุอยู่กับบ้านเพียงลำพัง ใครที่มีศํกยภาพเราจะส่งเสริมด้วยอาชีพ วิชาชีพความถนัดให้ท่านมีรายได้
นางทิพา กล่าวถึงคำถาม คนลำปางรุ่นใหม่จำนวนมากออกไปศึกษาหรือทำงานนอกพื้นที่ พรรคปชน.มีนโยบายเรื่องการศึกษาและการทำงานในจ.ลำปางอย่างไร ว่า เชื่อมั่นในศักยภาพของ มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาในจ.ลำปาง โดยเฉพาะ มธ.ที่รองรับเยาวชน เด็กที่จบลำปางหรือต่างจังหวัด โรงเรียนของลำปางไม่ได้ด้อยกว่าที่ใด ดังนั้น ต้องให้เขามีจิตสำนึกรักบ้านเกิดก่อน แล้วสร้างโอกาสให้เขาในลำปางทั้งการท่องเที่ยว ทุนการศึกษา ทุนเรียนฟรี คูปอง 2 พันบาท เพื่อให้เขามีศักยภาพมากขึ้นแล้วกลับมาดูแลบ้านเราเพื่อช่วยกันพัฒนา

