หน้าแรก การเมือง อดีตเลขาฯสมช....

อดีตเลขาฯสมช. ชี้ โลกกังขาไทย ไฟใต้ยังแรง จี้ “คสช. -กองทัพ” เร่งแก้ หวั่นปชช.ไม่เชื่อถือ

12.05.17 | 17:38 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึง ความคืบหน้าการจับกุมผู้ต้องสงสัย เหตุคาร์บอม หน้าบิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า ทุกครั้งที่มีเหตุรุนแรง จากผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ ฝ่ายความมั่นคงจะออกมาให้ข่าวทันควันทุกครั้งว่า รู้แล้วใครคือผู้ก่อเหตุ มีการออกหมายจับทันที แต่ผลที่ตามมาในเชิงประจักษ์นั้น มีพยานหลักฐานสามารถพิสูจน์ทราบได้หรือไม่ มีการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา จนทำให้สาธารณะชนเชื่อถือได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตุว่า วิธีการดังกล่าว ทำเพื่อต้องการสร้างภาพให้นานาชาติเห็นว่า เหตุรุนแรงเป็นเรื่องภายใน ไม่เกี่ยวกับอิทธิพลทางความคิดของกลุ่มก่อการร้ายสากลอย่างไอเอส เพื่อป้องกันไม่ให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาศึกษาร่วมจัดการปัญหาใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ประชาคมโลกเริ่มสงสัยมากขึ้นทุกที

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เหตุระเบิดล่าสุดสะท้อนชัด ถึงศักยภาพของกลุ่มก่อการ ที่พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ มีการบูรณาการการข่าว เข้ากับการปฏิบัติเหตุรุนแรงอย่างมีประสิทธิภาพ เริ่มจาก หน่วยข่าวกรองรัสเซีย เตือนชาวรัสเซียให้ระวังเหตุรุนแรง ข่าวกรองมาเลเซียเตือนทีคนไทยรับแนวคิดไอเอสผ่านเข้าออกชายแดน ขณะที่ภาครัฐ อ้างองค์กรมุสลิมโลกหรือโอไอซี ชมว่า แก้ปัญหาได้ดี เจรจาสันติภาพมีความคืบหน้า เร่งผลักดันพื้นที่ปลอดภัย ไม่ให้น้ำหนักการเปลี่ยนตัวผู้นำบีอาร์เอ็น แต่สถานการณ์เหตุรุนแรงขนาดใหญ่กลับมีเกิดขึ้นทุกเดือน ทั้งหมดคือปฏิบัติการข่าวสาร ของผู้ก่อความไม่สงบ ที่ได้ผล ทำให้ประชาชนรู้สึกว้าวุ่น ไม่เชื่อถืออำนาจรัฐว่า จะคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชนได้จริงหวังดึงมวลชนให้มาร่วมสนับสนุน หรืออย่างน้อยก็ไม่ไปยืนกับฝ่ายรัฐ

“การแถลงผลงานครบรอบ 3 ปีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในเดือนมิถุนายนนี้ ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือสิ่งเดียว ที่คสช.จะต้องแก้ไขให้ได้ เพราะอยู่ในอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของกองทัพโดยตรง หากทำไม่ได้ก็ถือว่า รัฐบาลล้มเหลว ไม่ได้รับความเชื่อถือจากสังคม ส่วนผลงานอื่นๆนั้นไม่จำเป็น เพราะกองทัพไม่มีความรู้หรือประสบการณ์อยู่แล้ว” อดีตเลขาฯสมช.กล่าว