หน้าแรก การเมือง สว.ปริญญา จี้...

สว.ปริญญา จี้ กสทช. จัดการ บริษัทอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ ปล่อยกัมพูชาลอบใช้สัญญาณ หวั่นข้อมูลปชช.รั่วไหล

30.01.26 | 14:26 น.

สว.ปริญญา ถาม ‘กสทช.-บ.อินเตอร์เน็ต รายใหญ่’ ไม่รู้เลยหรือ กัมพูชาลักลอบใช้ หวั่นอนาคตข้อมูลปชช.รั่วไหล ใครต้องรับผิดชอบหากเป็นฐานของสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 30 มกราคม เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ ส.ว. แถลงข่าวการลักลอบเชื่อมสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปใช้ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่บริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า บริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอ้างว่าไม่รู้ว่าถูกลักลอบเอาไปใช้ ซึ่งความจริงแล้วการใช้งานอินเตอร์เน็ตเบื้องต้นจะมีตัวล็อกไฟล์ IP มีการเก็บข้อมูลการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ ที่จะต้องเก็บข้อมูลด้านความปลอดภัยตามสิทธิใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อยู่แล้ว จึงอยากสอบถามไปยังบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือ กสทช. ว่ามีการตรวจสอบตัวล็อกไฟล์พวกนี้แล้วหรือยัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ให้บริการจะบอกว่าไม่รู้ว่าอินเตอร์เน็ตถูกลักลอบไปใช้ เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นไฟเบอร์ ไม่ใช่สายไฟที่จะจัมพ์สายแล้วสามารถส่งไฟฟ้าไปได้ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้ที่อยู่วงในเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นายปริญญากล่าวต่อว่า ทั้งนี้เรื่องดังกล่าว กสทช.ก็ไม่ได้ออกมาพูดว่า ผู้กระทำความผิดเป็นใคร ซึ่งในช่วงแรกของการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา กสทช.ได้ส่งหนังสือให้กับบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต มีคำสั่งห้ามส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา ดังนั้นวันนี้ต้องดูว่ามีผู้ใดละเมิดคำสั่ง กสทช.นี้หรือไม่ ขณะที่อีกบริษัทยุติการให้บริการทันทีตามคำสั่งของ กสทช. ซึ่งเสียหายกว่า 100 ล้านบาท แต่ทำไมบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศเพิ่งเริ่มดำเนินการและกวาดล้างจับกุม ทำไมบริษัทสัญชาติเวียดนามที่มาทำธุรกิจให้บริการโทรคมนาคมในกัมพูชา ซื้อขายอินเตอร์เน็ตจากฝั่งไทยแล้วเอาเข้าไปใช้ ต้องกลับมาถามว่า กสทช.และผู้ให้บริการไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือ

“หากผู้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ไม่สามารถตอบได้ว่ามีตัวล็อกไฟล์ IP เก็บไว้หรือไม่ ต่อไปในอนาคตประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไปจะรู้สึกถึงความปลอดภัยได้อย่างไร และการอ้างว่าไม่รู้ก็เป็นไปไม่ได้ เป็นเพียงข้อแก้ตัวหรือไม่ เพราะข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ผู้ให้บริการต้องตระหนัก อย่างนี้ต่อไปเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลอินเตอร์เน็ตที่เราใช้อยู่จะไม่หลุดรั่วออกไป จึงขอฝากคำถามว่า การที่ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตมีการละเมิดคำสั่ง กสทช.สามารถบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้หรือไม่ เพราะผู้ให้บริการมีความผิดเทียบเท่ากับผู้กระทำความผิด ดังนั้น กสทช.อย่าเงียบหาย

นายปริญญากล่าวต่อว่า ถ้าโครงข่ายของผู้ให้บริการถูกใช้เป็นฐานของสแกมเมอร์จริงๆ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ให้กับประชาชน กสทช.ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่แล้วหรือไม่ หรือปล่อยให้โครงข่ายดิจิทัลของชาติถูกใช้โดยไร้การควบคุม และเหตุใดอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติยังเกิดขึ้นซ้ำๆ กับประเทศไทย และรัฐบาลจะยอมให้ประเทศถูกมองว่าเป็นทางผ่านของอาชญากรรมทางไซเบอร์หรือไม่ และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์แบบนี้