ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ‘เจ้าพนักงานที่ดินพังงา’ พร้อมพวก ออกโฉนดรุกป่าไม้ถาวร 15 ไร่โดยมิชอบ
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง กับพวก ออกโฉนดที่ดินเลขที่ 15624 เลขที่ดิน 1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เนื้อที่ 15-0-17.1 ไร่ ในเขตป่าไม้ถาวร “ป่าคลองทุ่งมะพร้าว” โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 สำนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ได้รับคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะราย ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 91 หมู่ 1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เนื้อที่ 14-0-55 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของเขาหน้ายักษ์ ลักษณะพื้นที่เป็นแหลมยื่นไปในทะเล
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรังวัดได้ทำการรังวัดที่ดินแปลงดังกล่าวและรายงานผลการรังวัด ฉบับลงวันที่ 25 ตุลาคม 2555 เสนอนายชลิต ทองเพิ่ม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ว่าผู้ปกครองท้องที่ไม่ลงนามรับรอง โดยระบุว่าผู้ขอปลูกมะพร้าวบางส่วนทางด้านทิศใต้ ส่วนทางด้านทิศเหนือมีสภาพเป็นป่าโปร่ง ยังไม่ได้มีการทำประโยชน์ และเนื่องจากที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร “ป่าคลองทุ่งมะพร้าว” ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2504 จึงต้องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) เพื่อตรวจสอบว่าผู้ขอได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมายมาก่อนวันที่ทางราชการกำหนดให้ที่ดินนั้นเป็นเขตป่าไม้ถาวรหรือไม่
ต่อมาคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดิน จำนวน 4 ราย จาก 6 ราย ประกอบด้วย นายวิศาล กองโชค ปลัดอำเภอท้ายเหมือง นายสมหมาย หนูศรี เจ้าพนักงานการเกษตรอาวุโส นายโกมล พรามแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลลำแก่น รักษาการแทนกำนันตำบลลำแก่น และ น.ส.ญาธิรภรณ์ นิลบล นักวิชาการที่ดินปฏิบัติการ ได้ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์ที่ดินแปลงดังกล่าวแล้วจัดทำรายงานการตรวจพิสูจน์ที่ดินฉบับลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาผ่านเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ว่าที่ดินมีการปลูกมะพร้าวบางส่วนและบางส่วนเป็นที่ราบทางด้านทิศใต้ ทางทิศเหนือมีสภาพเป็นป่าโปร่ง
พบร่องรอยของตอต้นมะพร้าว เชื่อว่ามีการปลูกมะพร้าวมาก่อนทางด้านทิศตะวันตก ผู้ขอได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวมาก่อนประกาศเป็นเขตป่าไม้ถาวร “ป่าคลองทุ่งมะพร้าว” เห็นควรออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ขอ นายชลิต ทองเพิ่ม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ทราบดีอยู่แล้วว่ากรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินอีก 2 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ มีความเห็นให้ตรวจสอบก่อนว่าที่ดินตามหลักฐาน น.ส.3 ดังกล่าว ตรงกับพื้นที่ที่ตรวจสอบหรือไม่
เนื่องจากการรับรองแนวเขตที่ดินข้างเคียงไม่ครบทุกด้านและแนวเขตข้างเคียงไม่สัมพันธ์กับหลักฐานเดิม แต่กลับเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินว่าเห็นสมควรออกโฉนดที่ดินให้กับผู้ขอ เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาพิจารณาเห็นชอบ และต่อมาในวันที่ 31 ตุลาคม 2556 นายสุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพังงา สาขาท้ายเหมือง ในขณะนั้น ได้พิจารณาลงนามออกโฉนดที่ดินเลขที่ 15624 เลขที่ดิน 1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เนื้อที่ 15-0-17.1 ไร่ ให้แก่ผู้ขอ ซึ่งต่อมาความปรากฏตามรายงานผลการวิเคราะห์อ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเมื่อเดือนมีนาคม 2556 ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวในช่วงปี พ.ศ.2510, 2519, 2542 และ 2545 พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีการทำประโยชน์ มีต้นมะพร้าวปะปนกับไม้ป่าคิดเป็นร้อยละ 13.1
สำหรับปี พ.ศ.2552-2556 พื้นที่ทั้งหมดเป็นป่าดิบชื้นและป่าชายหาด ไม่มีการทำประโยชน์ โดยภาพถ่ายต้นมะพร้าวตามรายงานการตรวจพิสูจน์ที่ดินของคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ดินฉบับลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ระบุว่ามีการปลูกมะพร้าวบางส่วนทางทิศใต้นั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่นอกรูปแปลงที่ดินที่ขอรังวัดออกโฉนด จึงเป็นการรายงานข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ การออกโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวจึงเป็นการออกโฉนดที่ดินที่อยู่ในเขตป่าไม้ถาวรที่ยังมิได้มีการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎหมาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ การกระทำของนายสุทัศน์ ถาวรวิสิทธิ์ นายชลิต ทองเพิ่ม นายวิศาล กองโชค นายสมหมาย หนูศรี น.ส.ญาธิรภรณ์ นิลบล และนายโกมล พรามแก้ว มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
โดยให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ ให้ส่งเรื่องไปยังกรมที่ดิน เพื่อดำเนินการเพิกถอน/แก้ไข การออกโฉนดที่ดินเลขที่ 15624 เลขที่ดิน 1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน



