ประชาชนและนักเรียนนักศึกษาเดินทางให้กำลังใจผู้บาดเจ็บเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ด้านนายก อบต.ถูกปล่อยตัวแล้วหลังไม่พบข้อมูลมีความเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม หลังจาก นายวีรนันทร์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้ร่วมแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีความคืบหน้ากรณีคนร้ายฆ่า นายนุสน ขจรดำ อายุ 45 ปี แล้วนำศพไปทิ้งอำพราง ก่อนจะนำรถกระบะของไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ที่ห้างบิ๊กซี จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดที่มีการสรุปล่าสุดมากถึง 80 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซักถามขยายผลหลายราย

ล่าสุดมีการยืนยันคนร้ายที่ก่อเหตุมีแผนใช้มัสยิด เป็นศาสนสถานในการก่อเหตุนั้นต้องการใช้ศาสนาเข้ามาเป็นเงือนไขอย่างจงใจให้มีความรุนแรง แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐสามารถดำเนินกรรมวิธีทำลายแผนการไม่ให้ปานปลายได้ โดยการก่อการในครั้งนี้เกี่ยวโยงแกนนำระดับสั่งการและปฏิบัติการของกลุ่มก่อความไม่สงบ หลบหนีหมายศาลคดีความมั่นคงจำนวน 8 คน และมีคำสั่งให้จัดชุดออกไล่ล่าแล้ว ส่วน นายก อบต.ที่มีการเชิญตัวมาให้ข้อมูลและมีการนำเสนอของบางสื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ล่าสุดวันนี้ทางศูนย์ซักถามได้มีการปล่อยตัวให้กลับบ้านแล้ว และสาเหตุที่มีการเชิญตัวไปก่อนนี้นั้นสาเหตุจาก วันเกิดเหตุกำลังทำงานบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาในฐานะพยานที่เกิดเหตุเท่านั้น และผลการซักถามไม่พบมีความเกี่ยวข้องจึงให้กลับบ้านแล้ว
ส่วนนายสูไฮมี ที่ถูกจับกุมและรับสารภาพร่วมวางแผนและฆ่าชิงรถยนต์กระบะนำไประเบิดห้างบิ๊กซี ล่าสุดได้มีการออกหมายจับเพิ่มรวมเป็นมีคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุแล้ว 2 ราย

ขณะที่ นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ปัตตานี ได้นำผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นและชาวไทยมุสลิมกว่า 500 คน ร่วมละหมาดฮายัตที่บริเวณห้างบิ๊กซีสาขาปัตตานี เพื่อขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้าให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ พร้อมกล่าว่าการกระทำของกลุ่มคนร้ายที่ใช้มัสยิด ซึ่งถือเป็นบ้านของพระผู้เป็นเจ้านั้นมีความผิดมาก ทั้งนี้ทางจุฬาราชมนตรี ผู้เป็นประมุขของศาสนาอิสลามในประเทศไทยต่างกำชับไว้แล้วว่าอิหม่าม หรือผู้นำศาสนา รวมถึงฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันไม่ให้ผู้ไม่ดีเข้ามาใช้สถานที่ศาสนสถาน ที่ชาวมุสลิมใช้เป็นแหล่งขัดเกลาจิตใจให้สงบสุขและเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบศาสนกิจ ดังนั้นต้องช่วยกันปกป้องดูแลอย่าให้คนไม่ดีเข้ามานำใช้เป็นเงื่อนไขทำลายบรรยากาศของการสร้างความสงบสุข
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลล่าสุดแพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้วหลายราย คงเหลือนอนที่อยู่รักษาตัวโรงพยาบาลปัตตานีจนถึงขณะนี้ 13 ราย ซึ่งตลอดทั้งวันต่างมีผู้ที่เดินทางเยี่ยมให้กำลังใจทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษา มอ.ปัตตานี ที่ทราบข่าวได้รวมตัวกันมาเยี่ยมพูดคุยสร้างความสุขสนุกสนานคลายเครียด ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศของรอยยิ้มและความสุขให้กับบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างมาก

