หน้าแรก การเมือง เจ้ากรมข่าว พ...

เจ้ากรมข่าว พา FBI-20 ผช.ทูตทหาร บุกรังสแกมเมอร์ โอร์เสม็ด หลักฐานชัด สถานีตำรวจ-แบงก์ปลอม ตุ๋นเหยื่อ

2.02.26 | 18:35 น.

โลกต้องรู้! เจ้ากรมข่าว พร้อมตำรวจ นำเอฟบีไอ-20 ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ บุกรังสแกมเมอร์ เห็นกับตาหลังพบหลักฐานอื้อ ใช้หลอกลวงเหยื่อหลายประเทศ

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย 20 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ร่วมกิจกรรม Open House ตรวจเยี่ยมหน่วยทหาร และลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ที่สร้างผลกระทบในหลายประเทศและบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาค

โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำกับดูแลเรื่องการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ร่วมคณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปราบปรามสแกมเมอร์ พื้นที่ชายแดนช่องจอม-โอร์เสม็ด และตัวแทนองค์กรเอกชน หรือ NGO เช่น นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์

คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศทั้ง 20 ประเทศ และเจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้เข้าสำรวจพื้นที่จริงบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตรงข้ามเมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงเกี่ยวกับปัญหาสแกมเมอร์ในพื้นที่โอร์เสม็ด หลังจากเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อเดือน ธ.ค.2568

สำหรับพื้นที่โอร์เสม็ดมีฐานสแกมเมอร์หลัก 2 แห่ง คือโอร์เสม็ดรีสอร์ต และรอยัลฮิล โดยเฉพาะในส่วนของ รอยัลฮิลที่มีอาคารสูง 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร ใช้เป็นที่พักและห้องทำงานของสแกมเมอร์ แยกเป็นประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย และมีอาคารผู้บริหารแยกออกมา 1 อาคาร รวมถึงห้องอาหาร ร้านค้า

Advertisement

ภายในอาคารต่างๆ มีหลักฐานมากมายที่กลุ่มสแกมเมอร์เคยใช้หลอกลวงประชาชน เช่น การจัดฉากหน่วยงานราชการของประเทศต่างๆ อาทิ สถานีตำรวจ และธนาคารที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ เอกสารรายชื่อของเหยื่อในประเทศต่างๆ เสื้อผ้าชุดตำรวจ รวมถึงยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้

พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อต้องการสื่อสารให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่ามีการก่ออาชญากรรมที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ ภายหลังตรวจสอบอาคารต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน ตรวจสอบพบโครงสร้างสแกมเมอร์ เซ็นเตอร์ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด รวมทั้งตรวจสอบพบหลักฐาน เช่น สิ่งจำลองที่ใช้ในการหลอกลวง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกองทัพมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่

เมื่อถามว่า ในอดีตพื้นที่นี้มีการขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชา แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า เราขอความร่วมมือไปหลายพื้นที่ หลายพื้นที่เราพบว่ามีคนไทยเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ถูกกักขังและทรมาน แต่กลับได้คำตอบว่าเข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทย จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ

เมื่อถามว่า นอกจากจะเป็นฐานสแกมเมอร์แล้วแต่กลับมีการตรวจสอบพบการบินโดรนนั้น มีความเชื่อมโยงในการใช้เป็นฐานบัญชาการโจมตีไทยหรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ย้อนกลับไปในการปะทะครั้งที่สอง เราตรวจสอบพบโดรนบินขึ้นเป็น 100 ลำ มีการใช้โดรนพลีชีพพุ่งชนจนทำให้เกิดระเบิด และทำให้กำลังพลของไทยได้รับบาดเจ็บ จึงเป็นเป้าหมายทางทหารอย่างชัดเจน ทางกองกำลังจึงปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่นี้ ซึ่งในขั้นต้นเราไม่ทราบว่าพื้นที่นี้เป็นฐานสแกมเมอร์ ภายหลังจากที่เราปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่แห่งนี้ เราตรวจสอบพบขบวนรถจำนวนมาก และมีกำลังทหารเข้าออกอย่างพลุกพล่าน จึงยืนยันว่ามีการใช้พื้นที่นี้ปฏิบัติการทางทหาร

เมื่อถามว่า พื้นที่บริเวณนี้เราควบคุมไว้ได้กี่ไร่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับกองกำลังประมาณ 100 ไร่ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างสแกมเมอร์

เมื่อถามว่า มีการตรวจพบไฟฟ้าในพื้นที่ยังส่องสว่างอยู่นั้น พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า หากมองไปรอบๆ ตามอาคารจะพบแผงโซลาร์เซลล์ และการตรวจการณ์จากฝั่งไทยช่วงกลางคืนจะพบความสว่าง แต่ในอาคารพบว่าไม่มีไฟฟ้า

เมื่อถามว่า หลักฐานที่พบทั้งหมดจะรวบรวมไปบอกให้โลกรู้ว่ากัมพูชาเป็นแหล่งสแกมเมอร์หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า การจะบอกว่าเป็นแหล่งของสแกมเมอร์โลกก็คือการรวบรวมหลักฐาน แต่เราต้องการให้สังคมได้รับรู้และเห็นภาพ จึงนำสื่อมวลชนลงพื้นที่วันนี้

เมื่อถามว่า คิดว่ามีรัฐบาลของกัมพูชาหนุนหลังหรือไม่ เพราะเป็นอาณาจักรที่ใหญ่มาก พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ต้องรอพิสูจน์หลักฐานที่เชื่อมโยงว่าเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวน นอกเหนือขีดความสามารถของกองทัพ

เมื่อถามว่า เราจะดูแลและควบคุมพื้นที่นี้ไปถึงเมื่อไหร่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า เราปฏิบัติการถ้อยแถลงร่วมในการวางกำลัง ตรงไหนก็คือตรงนั้น เราอยู่ในที่วางกำลังส่วนการเจรจา ทั้งหมดจะกลับไปที่เจบีซีและจีบีซี

เมื่อถามว่า ภายหลังยุติการปะทะแล้วมีความพยายามของฝ่ายกัมพูชาจะกลับเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ยังไม่พบการกลับเข้ามา แต่เราไม่แน่ใจเรื่องสาเหตุ แต่ก็จะมีการกันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในบริเวณนี้

เมื่อถามต่อว่า ฝั่งตรงข้ามไม่มีการสร้างถนน หรือบังเกอร์ที่มีความพร้อมใช่หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองฝ่าย โดยหลักการทางทหารหลังปฏิบัติการทางทหารก็จะสร้างการป้องกันตนเองเพื่อความปลอดภัย เพราะฉะนั้นการดำเนินการการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองฝ่าย การดำเนินการของเขาในฝั่งเขาอาจจะไม่ใช่สิ่งบอกเหตุที่จะรุกรานเรามากนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต้องระวังไว้ ส่วนพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นอย่างไรในอนาคตขึ้นอยู่กับการประชุมในอนาคต ซึ่งในขณะนี้เราต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ในส่วนของทหารก็ต้องรักษาพื้นที่ ในลักษณะนี้เอาไว้ก่อน

เมื่อถามว่า ในด้านการข่าวมีบุคคลต่างชาติที่เข้ามาหลอกจำนวนเท่าใด พล.ท.ธีรนันท์กล่าวว่า ตัวเลขที่รวบรวมและพูดคุยกับกองกำลังน่าจะประมาณ 8,000-10,000 คน และพบว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไปที่มีการปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา