“ณัฐพงษ์”หวั่นเกิดเสียงตกน้ำ สารพันปัญหาเลือกตั้งล่วงหน้า ทีมกม.รวบรวมหลักฐานแล้ว จงใจผิดพลาดพร้อมดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคปชน.พบปัญหาหลายหน่วยเลือกตั้งว่า ขณะนี้ทีมงานกฎหมายอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน หากพบเห็นเหตุผิดปกติที่เห็นได้ชัดว่า เกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) หรือเป็นความจงใจ พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการ อยากเรียกร้องไปทางกกต.ให้จัดการเลือกตั้งด้วยความโปร่งใส ประชาชนเฝ้ามองจับตาดูอยู่ ส่วนมีโอกาสฟ้องกกต.ด้วยมาตรา157 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดก่อน

ถามถึงกรณีนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ระบุว่า เป็นความผิดพลาดในลักษณะ Human error นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หาก กกต.ทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้ อย่างกรณีโพสต์ของไอลอว์ เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกว่ามีประชาชนแชร์โพสต์ดังกล่าวถึง 1 ล้านครั้ง กลายเป็นว่า ประชาชนต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาสิทธิ์ของตนเอง ทั้งที่กกต.ดำเนินการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้ เพื่อป้องกัน Human error เช่น การสื่อสารแบบที่ไอลอว์ดำเนินการ อย่างรหัสจังหวัดที่น่าจะประชาสัมพันธ์ผ่านออนไลน์ก่อนหน้านี้ แต่ให้ประชาชนต้องไปค้นพบเองที่หน้าหน่วย และกว่าข้อมูลจะเผยแพร่ออกมา บางคนอาจจะเสียสิทธิ์ไปแล้วก็ได้
เมื่อถามว่าเสียงที่ลงคะแนนไปอาจเป็นเสียงที่ตกน้ำ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะบัตรแบบแบ่งเขต หากส่งไปผิดเขต ผิดหน่วย อาจจะทำให้เกิดบัตรเขย่ง เป็นสิ่งที่รอฟังคำตอบที่ชัดเจนจากกกต. เช่นกัน ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เรื่องของบัตรเขย่งที่ส่งไปผิดเขตผิดหน่วยจะแก้ปัญหาอย่างไร

ส่วนกรณี น.ส.ชลณัฎฐ์ โกยกุล ผู้สมัครสส.กทม. พรรคประชาชน ถูกเจ้าหน้าที่กกต.โทรมาข่มขู่ หลังเปิดเผยเรื่องคิวอาร์โค้ดแนะนำรายชื่อผู้สมัครผิดพลาดโดยเป็นผู้สมัครปี 2566 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้กกต.ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้มีการออกมายอมรับแล้วว่าเกิดข้อผิดพลาดจริง วิธีการตอบสนองอย่างแรกไม่ควรไปฟ้องข่มขู่ เกกต.เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะถูกร้องเรียนจากผู้ใด อยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบคนและหน่วยของตัวเองก่อน หากให้ข้อมูลผิดพลาดไม่ถูกต้องแล้วจะไปฟ้องปิดปากแบบนี้ก็ไม่ถูกต้อง
ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงข้อผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้า ว่า ไม่ได้ติดป้ายผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนบนบอร์ดรายชื่อ พบแล้วมีจ.ชลบุรี เชียงราย นครปฐม อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี กทม. และยังมีจังหวัดอื่นๆเพิ่มเติมอีก พอคนไปถามว่าไม่มีป้ายของพรรคประชาชน เจ้าหน้าที่ กกต.ให้ข้อมูลว่าถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว

“คิดว่าเป็นความตั้งใจ อย่าบอกว่าผิดพลาดเลย ท่านก็รู้อยู่แก่ใจว่า สส.เขตไหนหรือผู้สมัครเขตไหนเป็นอย่างไร แต่เลือกที่จะให้ข้อมูลแบบนี้ กกต.ปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งการเขียนรหัสหน้าบัตรใส่ซองผิด ต้องมีการอบรมกันก่อน เจ้าหน้าที่ กกต.บางคนบอกว่าคิดว่าเขียนของเขตที่ไปเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะพูดออกมาจากปาก กกต.ได้
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่ายังมีอีก 2 กรณีที่เกิดขึ้นในค่ายทหาร คือก่อนจะมีการเลือกตั้ง จะมีการเก็บมือถือ ประชุมและพยายามที่จะล้างสมองปลุกใจ อย่าเลือกพรรคที่ด้อยค่าทหาร พูดง่ายๆ อย่าเลือกพรรคประชาชน และอย่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่ากับการแก้ไข ม. 112 ซึ่งเป็นข้อมูลที่บิดเบือน ได้รับรายงานมาว่ามีถึงขนาดทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าไปดูแล้วว่ากาอะไร มี 2 ค่าย แต่ขอไม่ให้เปิดเผย กลัวเดือดร้อน และกรณีที่บอกว่ามีการประชุมนัดปลุกใจ น่าจะมีประมาณ 3 ค่าย
เมื่อถามถึงกรณีนายแสวง บุญมี เลขา กกต.ออกมาขอโทษและยอมรับเป็นความผิดพลาด น.ส.รักชนก กล่าวว่า “คุณไม่ควรขอโทษ คุณควรจะลาออก ถ้าจัดการเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง ไม่สามารถทำให้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม คุณจะทำอย่างไรกับคะแนนของประชาชนที่เขาบากบั่นไปกา เจตจำนวนของเขา เขาใส่มาให้พรรคการเมือง เขาใส่มาให้แล้ว แต่มันไม่ถูกนับเพราะความผิดพลาดของ กกต. ดิฉันต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะดูอย่างการเลือกตั้งปี 2566 กทม. เขต 33 ขาดไป 4 คะแนน ถ้าเป็นคะแนนที่ประชาชนเขาใส่มาให้แล้ว เจตจำนงเขาบอกมาแล้ว ว่าจะเลือกใคร แต่คุณไม่นับ เพราะความผิดพลาดของ กกต. ดิฉันจะบอกว่ามันเรื่องใหญ่มาก อย่าบอกว่าแค่ไม่กี่คะแนน”
น.ส.รักชนก ระบุว่า ตอนนี้ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ทยอยไปแจ้งความแล้ว ส่วนที่อื่นๆ เราคงกระจายกันไป ไปแจ้งความในนามของผู้สมัครมากกว่า
ด้านนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเข้าสังเกตการณ์การลงคะแนนล่วงหน้าว่า พรรคได้ส่งตัวแทนไปตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง และกระบวนการใช้สิทธิของประชาชนใน 16 จังหวัด 26 เขตเลือกตั้ง คัดเลือกเฉพาะพื้นที่ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสูงกว่าการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่าร้อยละ 50 พบข้อสังเกตหลายประการที่พรรคเห็นว่ากกต.ควรตรวจสอบ ชี้แจงข้อเท็จจริง ปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในการเลือกตั้งจริงวันที่ 8 ก.พ.
นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ประการแรก จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต แต่ยังอยู่ภายในจังหวัดเดียวกันเป็นจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับบางจังหวัด มีลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดการซื้อเสียงล่วงหน้าในระดับพื้นที่ สอง พบความไม่เป็นมาตรฐานในการติดประกาศหน้าที่เลือกตั้งกลาง บางแห่งแยกป้ายรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อออกจากกัน ขณะที่บางแห่งรวมอยู่ในป้ายเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิเกิดความสับสน อาจกระทบต่อการจดจำหมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขต
สาม ตรวจพบว่าหลายหน่วยเลือกตั้งกลางติดประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ส.ส. 4/14) ไม่ครบถ้วน สี่ พบความคลาดเคลื่อนในการจ่าหน้าซองแบบ สส.5/2 โดยเฉพาะการกรอกรหัสเขตเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเข้าใจไม่ตรงกัน บางแห่งเข้าใจว่าเลขสองหลักแรกเป็นรหัสจังหวัด และสองหลักหลังเป็นรหัสเขต ขณะที่บางหน่วยกรอกรหัสเขตผิด หรือไม่กรอกเลย กังวลว่าบัตรเลือกตั้งอาจไม่ถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้อง และประการสุดท้าย พบข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งในที่เลือกตั้งกลางมีโอกาสเกิดการจัดยานพาหนะรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

