เปิดหน้า Next Gen! นิติ ปลั่งศรีสกุล ขอเปลี่ยน ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3 ไม่ให้เป็นแค่ทางผ่าน
เป็นอีกหนึ่งทายาทคนการเมือง ที่ลงสนามเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรก หวังใช้ความรู้ความสามารถ เปลี่ยนแปลงจังหวัดของตัวเอง สำหรับ ซี-นิติ ปลั่งศรีสกุล ผู้สมัครส.ส.เขต 3 อำเภอเมือง เฉพาะตำบลห้วยทราย อำเภอทับสะแก อำเภอบางสะพาน และอำเภอบางสะพานน้อย ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายของวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตส.ส. และหลานชายของ วิชัย ปลั่งศรีสกุล หรือ กำนันเนี้ยว กุยบุรี
ที่แม้จะหน้าใหม่กับสนามการเมืองระดับประเทศ แต่เขาก็ได้เก็บข้อมูล รับฟังปัญหาของชาวบ้านมานานแล้ว
หนุ่มนักเรียนนอกอย่าง นิติ ลัดฟ้าไปศึกษาที่สหรัฐอเมริกาที่ Redwood Christian School ตั้งแต่วัยมัธยมศึกษา ก่อนจะเข้าเรียนปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (วัสดุศาสตร์) จาก California Polytechnic State University สหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาปริญญาโท บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)
เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานทั้งและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการกลยุทธ์การตลาดและฝ่ายเทคนิค บริษัท Wavelength Opto Electronic (S) Pte. Ltd. ประเทศสิงคโปร์ ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ ที่ปรึกษาและจัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงงานหีบปาล์มน้ำมันและเตาเผาไพโรไลซิส , พัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวลกับบริษัท ไทยเพลเลทส์ และประจวบ เพลเลท จำกัด , ก่อตั้งและดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท ประจวบ เพท รีไซเคิล จำกัด ดำเนินธุรกิจรีไซเคิลพลาสติก และสุดท้ายกับ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไทรทัน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

นับตั้งแต่กลับมาประเทศไทย นิติ ก็ติดตามคุณพ่อลงพื้นที่ ทำหน้าที่ผู้ช่วยหาเสียงของคุณพ่อวิชิต ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 ทั้งยังมีโอกาสได้เข้าไปทำงานเป็น ผู้ประสานงานและผู้ช่วยประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และ การลงพื้นที่กับคุณพ่อนี่เอง ที่ทำให้เขาได้จุดประกายที่อยากจะเข้าสู่สนามการเมืองด้วยตัวเอง
“เราไปช่วยคุณพ่อลงพื้นที่ตั้งแต่ปี 2560 พอไปทำพื้นที่ ก็ได้เห็นปัญหาเรื้อรังที่สะสมมานาน ไม่ได้รับการแก้ไขหลายๆอย่างในพื้นที่ ก็รู้สึกว่าทนไม่ได้ เราอยากจะทำอะไรสักอย่าง”
ก่อน นิติ จะอธิบายถึงปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ ซึ่งโยงใยไปสู่ปัญหาอื่นๆอีกมากว่า จากประสบการณ์ที่เราเคยเห็นในต่างประเทศ ทั้งไปเรียนและทำงาน เราก็เห็นว่าที่อื่น ต่อให้อยู่ไกลแหล่งน้ำอย่างไร ก็ยังมีน้ำมีไฟใช้ คือมันปี 2560 แล้ว ทุกที่เขามีใช้กันหมด แต่ไทยยังขาดแคลนน้ำ ในหลายๆตำบล หลายอำเภอ เราขาดแคลนน้ำทั้งด้านอุปโภค บริโภค การเกษตร ซึ่งเราเป็นเมืองแห่งเกษตร มันขาดน้ำไม่ได้ น้ำเป็นหัวใจสำคัญ ก็เลยรู้สึกว่า เราอยากจะผลักดันให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงให้ได้

พร้อมยกตัวอย่างว่า เรามีอ่างเก็บน้ำ แต่กลับกักเก็บไม่อยู่ เวลาเกิดน้ำท่วมก็ท่วมหนัก แต่ถึงเวลาจะใช้น้ำกลับแล้ง ด้วยเราไม่มีระบบกระจายน้ำที่ดี ซึ่งมันมีเทคโนโลยีมาช่วยได้หลายอย่างในโลก
“ปัญหาเรื่องน้ำ มันไปยึดโยงกับการเกษตร อย่างปลูกมะพร้าว ก็ทำให้เกิดศัตรูพืชต่างๆ เช่นหนอนหัวดำ แมลงดำหนามมากัดกิน เมื่อเพาะปลูกได้ไม่ดีก็กระทบต่อไปถึงสภาพเศรษฐกิจ พี่ๆน้องๆ เกษตรกรเงินหดหายไป พ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ไม่มีคนมาจับจ่ายใช้สอย มันกระทบกันไปเป็นลูกโซ่ทั้งหมด”
นอกจากเรื่องน้ำแล้ว “ท่องเที่ยว” ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนรุ่นใหม่อย่างเขา ต้องการจะพัฒนา ด้วยไม่อยากให้ “ประจวบคีรีขันธ์” เป็นแค่ ทางผ่านของใคร

นิติ เผยว่า อยากจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบ้านเราให้ดี บ้านเรามีทรัพยากรมาก และมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามไม่น้อย มีทั้ง ทะเล ภูเขา น้ำตก เพียงแต่ว่าขาดการโปรโมต เหมือนเพชรที่ขาดการเจียระไน อย่างเช่น ชายหาดแม่รำพึง ผาฝั่งแดง เกาะทะลุ เรามีสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามจำนวนมาก รวมไปถึงชายหาดงดงาม เราอยากจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทุกอำเภอให้ทั่วถึง ให้เป็นแลนด์มาร์กที่ดึงดูด ด้วยการดึงภาคส่วนต่างๆ มาร่วมมือโปรโมตแหล่งท่องเที่ยว อาจจะประสาน ททท. จัดงานอีเวนต์ต่างๆ หรือดึงกองถ่ายภาพยนตร์มาถ่ายทำที่พื้นที่เขต 3 บ้าง ไม่ให้ประจวบคีรีขันธ์เป็นแค่ทางผ่านลงใต้
“ที่เราได้เห็นในต่างประเทศ เทคโนโลยีมันเข้ามาช่วยได้หมดทั้ง การเกษตร การศึกษา มาประยุกต์ในภาคต่างๆ ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มาพร้อมกับการขนส่งที่ดี เราก็อยากให้รถไฟความเร็วสูงมาถึง แต่หลายอย่างมันก็เป็นปัญหาสะสมจากคอร์รัปชั่น ทำให้เราย่ำอยู่กับที่ เราต้องพัฒนาตรงนี้”

ลงสนามการเมืองใหญ่ครั้งนี้ คุณพ่อ เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่สำคัญของเขา
“เราซึมซับมาตลอด เห็นความเดือดร้อนประชาชน เห็นคุณพ่อทำงานเขียนแผนดึกๆให้จังหวัด มองเห็นความทุ่มเท จริงใจ อยากแก้ปัญหาให้บ้านเรา เป็นตัวอย่างการทำการเมืองแบบสุจริต โปร่งใส ไม่ซื้อเสียง”
ซึ่งนิติ ก็อยากจะสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณพ่อ อยากเข้าสภาเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวบ้าน เอาปัญหาไปพูดในสภา และ ดึงงบประมาณให้กระจายเข้าพื้นที่ รวมถึงขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ แม้ว่าจะไม่ใช่อำนาจโดยตรง แต่หัวใจคือ การเชื่อมโยงผลักดัน ประสานสิ่งต่างๆ
“ผมมั่นใจ และ รับทราบปัญหากับที่นี่เป็นอย่างดี อยากชวนทุกคนมาสนับสนุนการทำการเมืองสุจริต เพื่อจะได้ทำการเมืองอย่างสุจริต ไม่ต้องเข้าไปกอบโกย ให้บ้านของเรามีความเป็นอยู่ดี มีงบสนับสนุนเกษตรกร เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ ส่ง อภิสิทธิ์ – ชวน และ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ ไปเชื่อมนโยบายกับพรรค แก้ไขปัญหาให้ชาวประจวบฯในสภา” นิติ ทิ้งท้าย


