หน้าแรก การเมือง อนุทิน ขอบคุณ...

อนุทิน ขอบคุณศาล ตีตกคำร้องใช้ที่สาธารณะทำรันเวย์-MOA ปชน. เมินเสียงวิจารณ์ เป็นพรรคน้ำเงินถึงรอด

4.02.26 | 18:10 น.

‘อนุทิน’ ขอบคุณศาล รธน. ตีตกคำร้องปมใช้ที่สาธารณะทำรันเวย์-MOA พรรคประชาชน ยันมั่นใจในความบริสุทธิ์ เผยเล่นการเมืองมา 22 ปี รู้อยู่แล้วต้องมีคนมาคอยตรวจสอบ แต่เชื่อบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้ เมินคนวิจารณ์ ‘เป็นพรรคน้ำเงินถึงรอด’ บอกรู้ตัวเองตลอดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด

เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ หน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง ปมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงอากาศยาน เอื้อธุรกิจ และการลงนาม MOA ว่า ต้องเรียนสื่อมวลชนว่ายังไม่ทราบเลยว่าใครไปยื่นคำร้อง ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ยังอำนวยความยุติธรรมใหักับประชาชนทุกคน

“เพิ่งจะทราบข่าวจากสื่อโซเชียลว่ามีคนมาฟ้องเราเรื่องนี้ด้วยหรือ ซึ่งการที่ท่านไม่ได้รับคำร้อง เรื่องก็ไม่ได้ถูกส่งมาให้ผมได้รับทราบ ผมก็เลยยังไม่ได้ตั้งที่ปรึกษาและทนายความเข้ามาสู้คดีเลย เพราะตกไปในขั้นตอนการยื่นคำร้อง” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แน่นอน เข้าการเมืองมา 20 กว่าปีแล้ว สิ่งที่คาดเดาได้เลยว่าจะเกิดขึ้น คือจะต้องมีคนมาคอยตรวจสอบในเรื่องต่างๆ ซึ่งตั้งแต่ปี 2547 ก็บริหารจัดการชีวิตของตนให้ปลอดจากเรื่องที่จะต้องไปตีความ หรือเรื่องที่จะต้องไปมีผลประโยชน์ขัดแย้งกับรัฐต่างๆ และเรื่องใดๆ ก็ตามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องลมเพลมพัดเข้ามา ไม่ใช่เมื่อวานทำธุรกิจแล้ววันนี้เข้ามาเป็นนักการเมือง แต่ตนมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาเป็นนักการเมือง ฉะนั้น ก็หันเหตั้งเข็มชีวิตใหม่ ไม่ได้มีความสนใจที่จะทำธุรกิจ โดยเฉพาะการแสวงหาผลกำไร เพราะเมื่อมาทางนี้แล้วก็ต้องเอาดีทางนี้ให้ดีที่สุด

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อเป็นคดีของพรรคสีน้ำเงินกลับไม่โดนคดี นายอนุทินกล่าวว่า เราไม่สามารถลงไปห้ามคนที่พูดวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องรู้ตัวเองก่อนว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วง 22 ปีในชีวิตการเมือง โดยเฉพาะปีท้ายๆ ถือเป็นปีแห่งหนที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะตอนมีตำแหน่งก็จะถูกสาดโคลน ใส่ร้ายป้ายสี และยอมรับว่าบางครั้งก็มีความรำคาญใจ แต่ก็มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ทุกวันนี้เงินทองที่ใช้อยู่ก็ใช้จากเงินเดือนที่รับราชการ ซึ่งก็เพียงพอไม่ต้องอะไร ไม่ต้องลงทุน ภาระส่วนตัวก็ไม่มี ลูกหลานก็โตหมดแล้ว พี่น้องก็ดูแลตัวเองได้หมดแล้ว เราก็ใช้เวลาเต็มที่ในการทำงานให้กับบ้านเมือง และยิ่งเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรียิ่งไม่มีความสนใจเรื่องของกิจการหรือการประกอบธุรกิจใดๆ ในภาคเอกชนเลย

Advertisement