‘ศุภมาส’มั่นใจ ภท.ปักธงสส.กทม. ชวนฟังปราศรัย โชว์นโยบาย 6 ก.พ.นี้

5.02.26 | 12:13 น.

‘ศุภมาส’ย้ำภูมิใจไทยแตกต่างจากปี 66 สิ้นเชิง ปชช.รู้จักเพิ่มขึ้น ขอให้แปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แกนนำหาเสียงเลือกตั้งพื้นที่กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงการปราศรัยโค้งสุดท้าย ว่า พรรคภูมิใจไทยจัดปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 6 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจ และรับฟังนโยบายต่าง นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แต่ละคนจะมาเล่าถึงการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงการสานต่องาน หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลที่สามารถดำเนินการได้ทันที

น.ส.ศุภมาศ กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศ จึงต้องเร่งฝ่ากระแสวิกฤตโลก จะนำเสนอเนื้อหานโยบายต่อเนื่องจากการปราศรัยที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ที่ประเทศไทยจะต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่ทางเศรษฐกิจของโลก และแผนที่ความมั่นคง จะไม่ให้เสียดินแดน จะไม่มีการพูดแบ่งสีแบ่งฝ่าย เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่น่าจะตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ประชาชนเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยแน่นทุกเวที ทำให้มั่นใจว่าครั้งนี้จะได้เป็นรัฐบาลต่อใช่หรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะการปราศรัย แต่ทุกครั้งที่เดินหาเสียงจะเห็นว่าแตกต่างจากการเลือกตั้งในปี 2566 อย่างสิ้นเชิง ประชาชนรู้จักเพิ่มมากขึ้น คนรักคนชอบเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ความรักความชอบเหล่านี้แปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้ง

Advertisement

เมื่อถามว่า คำพูดที่ว่าให้เลือก พรรคที่รักชาติ ไม่ต้องเลือกพรรคที่ไม่รักชาติ หรือ คำว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ จะดึงกระแสประชาชนกลับมาเลือกพรรคภูมิใจไทย มากขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ถ้อยคำเหล่านี้ผ่านมาแล้ว ขณะนี้จะเน้นย้ำนโยบายอย่างเดียว หากชื่นชอบและเชื่อถือในนโยบายของพรรค และอยากให้ทีมมืออาชีพเข้ามาบริหารประเทศ ตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์ให้เห็นแล้วมืออาชีพที่เข้ามาบริหารประเทศ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่อยู่ในใจของประชาชน เป็นสิ่งที่พูดมาตลอดว่าไม่ได้ให้ปลากับประชาชน แต่ให้เบ็ดและสอนให้มีวินัยการเงินการคลัง พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่ใช้งบในการหาเสียงน้อยมาก รวมถึงไม่มีนโยบายประชานิยม ทั้งนี้หลายพรรคมีนโยบายที่คล้ายกันแต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติแล้วใครจะทำและทำได้จริงหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะปรับธงในกทม. ได้กี่ที่นั่ง น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า มั่นใจว่าจะปักธงได้ แต่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประชาชนในการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง