อธิบดีราชทัณฑ์ จ่อเสนอ ยธ. ‘ผู้ต้องขังเลือกตั้งได้’ ชี้เหตุผลด้านสิทธิมนุษยชน ยกกรณีศึกษาทั่วโลก หวังฝ่ายการเมืองดันนโยบายช่วยคนหลังพ้นโทษ เชื่อ บริหารจัดการได้ ไม่ถูกจนท.ครอบงำ
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ที่ทำการกรมราชทัณฑ์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ คอลัมน์ #คุยลึก Sunday Deep Talk หน้า 9 ประชาชื่น ‘มติชนรายวัน’ ในประเด็นต่างๆ โดยในตอนหนึ่งได้กล่าวถึง แนวคิดให้ ‘ผู้ต้องขัง’ ในเรือนจำทั่วประเทศได้มีโอกาสใช้สิทธิในการเลือกตั้ง
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง จึงทำการศึกษาและสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ พบว่า ‘เห็นด้วย’ กับประเด็นนี้ จึงเตรียมทำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงยุติธรรมในโอกาสต่อไป
“จริงๆ แล้วในเรื่องนี้ผมมีแนวคิดตั้งแต่เป็นรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะมองเห็นการถูกปิดกั้นเรื่องการเลือกตั้งของผู้ต้องขัง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 และไล่เรียงมาจนถึงปัจจุบัน สมัยก่อนอาจจะมองได้ว่าเรื่องการบริหารจัดการยังไม่สะดวก เช่น ต้องเลือกตั้งข้ามเขต แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีต่างๆมีมากขึ้นแล้ว แม้กระทั่งการเลือกตั้งของต่างประเทศ ไทยก็เคยจัดเลือกตั้งให้ประเทศที่ร้องขอเข้ามา ให้คนในชาติของเขาได้เลือกตั้ง
นอกจากนี้ เมื่อศึกษาข้อมูลจากประเทศต่างๆ พบว่า หลายประเทศทั่วโลกเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้เลือกตั้ง อย่างสหรัฐอเมริกา เท่าที่ทราบมามีถึง 48 มลรัฐที่ประกาศให้ผู้ต้องขังได้เลือกตั้งได้ ส่วนประเทศในแถบอาเซียนของเราบางประเทศก็เปิดโอกาสเช่นกัน” พ.ต.ท.ประวุธ กล่าว
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในเหตุผลที่ต้องการเสนอให้ผู้ต้องขังในเรือนจำได้มีสิทธิในการเลือกตั้งด้วยนั้น เพราะมองเห็นโอกาสในการช่วยเหลือผู้ต้องขังหลังการ ‘พ้นโทษ’ ซึ่งกรมราชทัณฑ์ไม่มีกำลังเพียงพอในการดูแลได้อย่างเต็มที่
“สิ่งสำคัญที่ผมคิดไว้ คือ ถ้าการเมืองเข้ามามีบทบาทกับการดูแลผู้ต้องขังเหล่านี้โดยให้นโยบายต่างๆที่จะบอกพวกเขาว่า เมื่อพ้นโทษไปแล้วจะได้รับการดูแลอย่างไรให้เป็นคนดีของสังคม ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก พรรคไหนทำได้สำเร็จพรรคนั้นก็จะได้รับเสียงชื่นชมจากกลุ่มผู้ต้องขัง” พ.ต.ท.ประวุธ กล่าว

พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวด้วยว่า สำหรับปัญหาและข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้น เชื่อว่าสามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการ และการป้องกันการ ‘ถูกครอบงำ’ โดยเจ้าหน้าที่รัฐ
“ทางสภาฯ เคยคอมเมนต์เรามา 2 เรื่อง คือ เรื่องแรกคือ การบริหารจัดการ ซึ่งเราคิดว่าเราแก้ได้ ทาง กกต. (สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง) ก็น่าจะทำได้ในส่วนนี้ เรื่องที่ 2 คือ การถูกครอบงำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตรงนี้ก็ไม่ยาก เพราะปัจจุบันเราเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังร้องเรียนได้มากขึ้น มีการส่งจดหมายปิดผนึกไปยังหน่วยงานต่างๆ ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เป็นกลาง ในฐานะผู้นำองค์กรคงต้องให้ย้ายออกจากพื้นที่ไป” พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับการดำเนินการ พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญมีมาตราซึ่งระบุถึงบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หนึ่งในนั้นคือ ผู้ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การแก้ไข ไม่ยาก เพียงปรับข้อความนั้นออกไป
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 96 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
(1) เป็นภิกษุสามเณรนักพรตหรือนักบวช
(2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
(3) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(4) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
สำหรับประเทศต่างๆ ที่ ‘ผู้ต้องขัง’ สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ อาทิ โครเอเชีย, สาธารณรัฐเชก, เดนมาร์ก, ฟินแลนด, มอน เตเนโกร, สวิสเซอร์แลนด์ ผู้ต้องขังทุกคนได้รับอนุญาตให้ออกเสียงได้ ส่วนไอร์แลนด์ ผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งได้ ผ่านทางไปรษณีย์แต่ไม่สามารถไปลงคะแนนที่คูหาเลือกตั้งได้ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยตัวโดยชั่วคราวหรือกรณีใดๆ ก็ตาม
ขณะที่ สหรัฐอเมริกา มลรัฐอะแลสกา ผู้ต้องขังสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เว้นแต่ต้องโทษตามความผิด ฐานฆ่าผู้อื่น ข่มขืนกระทําชําเรา ปล้นทรัพย์ ลักพาตัว ร่วมประเวณี ในเครือญาติ วางเพลิง ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ลักทรัพย์ ปลอมเอกสาร
สหรัฐอเมริกา มลรัฐเพนซิลวาเนีย ผู้ต้องขังสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เว้นแต่ต้องโทษตามความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาทิ การซื้อเสียง หรือขายเสียง
สโลวีเนีย ผู้ต้องขังทุกคนไม่ว่าจะต้องโทษเท่าใดหรือก่อคดีใด มีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งทุกประเภท
นอร์เวย์ ผู้ต้องขังทุกคนสามารถออกเสียงได้ อย่างไรก็ตามมีกฎหมายที่สามารถเพิกถอนสิทธิหากบุคคลกระทําผิดในข้อหากบฏ ทุจริตการเลือกตั้งหรือกระทําผิดที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ
เซอร์เบีย ผู้ต้องขังทุกคนไม่ว่าจะต้องโทษเท่าใดหรือก่อคดีใด มีสิทธิออกเสียงในการเลือกตั้งทุกประเภทและทุกระดับ ตั้งแต่การเลือกรัฐบาล เลือกตั้งท้องถิ่น หรือแม้แต่การเลือกตั้งสภาชนกลุ่มน้อยแห่งชาติ (National Minorities Councils)
สวีเดน ผู้ต้องขังทุกคนไม่ว่าจะต้องโทษเท่าใดหรือก่อคดีใด มีสิทธิออกเสียงได้ตราบเท่าที่พวกเขาปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆ ที่จะทําให้มีสิทธิดังกล่าว
ฟิลิปปินส์ เฉพาะบุคคลที่ถูกตัดสินคดีถึงที่สุดแล้วให้จําคุกเป็นเวลา 1 ปีในความผิดฐานก่อกบฏ การต่อต้านรัฐบาลเท่านั้นที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง
บัลแกเรีย, จอร์เจีย, ฮังการี, รัสเซีย, สิงคโปร์, ฮ่องกง และไทย ไม่ให้สิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแก่ผู้ต้องขังในทุกกรณี (อ้างอิงจากบทความ ‘สิทธิเลือกตั้งของผู้ต้องขังกับหลักสิทธิมนุษยชน’ โดย บุญส่ง น้อยโสภณ) เผยแพร่ในเวปไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ

