ดีเอสไอ- อัยการสนง.สอบสวน ประชุมนัดแรก คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.นัดแรก หลังอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่ ห้องประชุม ชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ จากกรณีที่สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 เรื่อง คืนสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. พร้อมคำสั่ง 5 ประเด็นให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนมาใหม่เพิ่มเติม
ประกอบด้วย 1.ให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนการสอบสวนใหม่ โดยให้นำผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย (สว.ตัวจริง 2 ราย และเครือข่ายพรรคการเมืองดัง 6 ราย) ที่สั่งฟ้องไปก่อนหน้านี้ สอบสวนเป็นสำนวนเดียวกันกับสมาชิกคณะบุคคลผู้ร่วมกระทำความผิดกลุ่มอื่น ๆ
อีก 7 กลุ่ม 2.ให้พนักงานสอบสวนนำพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย 3.ให้พนักงานสอบสวนนำเอกสารคำขอเปิดบัญชีธนาคาร เอกสารความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคารของสมาชิกคณะบุคคลกลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดคดีนี้ทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวน 4.ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็น
ตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรองต่ออัยการสูงสุด ฉบับลงวันที่ 22 ธ.ค.68 และตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของคณะตัวแทนสมาชิกวุฒิสภาสำรองต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ฉบับลงวันที่ 8 ธ.ค.68 5.ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนต่อไปจนสิ้นกระแสความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พนักงานอัยการคดีพิเศษตีกลับสำนวนคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. มายังคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และคณะพนักงานอัยการ ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้เป็นพนักงานอัยการร่วมสอบสวนนั้น
ล่าสุดดีเอสไอได้นัดหมายประสานไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เพื่อประชุมหารือความคืบหน้าการสอบสวนตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษในวันที่ 5ก.พ. โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และพนักงานอัยการ ร่วมประชุม
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมกว่า 1 ชม. แจ้งว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกันระหว่างดีเอสไอและพนักงานอัยการ ภายหลังจากที่อัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือคำแนะนำมา ซึ่งก็เป็นการดำเนินงานความคืบหน้าเพิ่มเติมตามขั้นตอนและตามพยานหลักฐาน อาทิ ประเด็นการสอบปากคำพยาน จำนวน 7 กลุ่มที่อัยการคดีพิเศษได้ให้คำแนะนำ
อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จะพิจารณาในพฤติการณ์ของคน 7 กลุ่มนี้ว่าคนกลุ่มใดที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับพยานหลักฐานอย่างไรบ้าง และก็ยังคงแสวงหาพยานหลักฐานอื่น ๆ ต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนได้มีการสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกไปก่อน 8 รายก็ตาม
แต่ยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ และก็ยังคงมีการสอบสวนปากคำต่อเนื่องเสมอ เพราะอาจมีการกระทำความผิดใดของคณะบุคคลที่ต่างกรรมต่างวาระ จึงทำให้สำนวนไม่ได้หยุดชะลอไปทันทีหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรก ทั้งนี้ ในส่วนหลักฐานของ กกต.ในคดีฮั้วเลือก สว. ตามกฎหมายเลือกตั้งนั้น
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็จะได้นำมาประกอบการพิจารณาเช่นเดียวกัน และกรณีที่มีเอกสารคำร้องขอความเป็นธรรมจากทั้งสมาชิกวุฒิสภาสำรอง และสมาชิกวุฒิสภาตัวจริง คณะพนักงานสอบสวนก็จะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยจะเชิญทั้งสองฝ่ายได้เข้าให้ข้อมูล หรืออยากระบุพยานอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการสอบสวนต่อไป

