หน้าแรก การเมือง เมินวัดขึ้นป้...

เมินวัดขึ้นป้าย ยันจุดยืนไม่เปลี่ยนมติมส. แต่ทุกอย่างต้องกระจ่างก่อนตั้งสังฆราช

2.03.16 | 12:28 น.

“สุวพันธุ์” ยันจุดยืน ไม่คิดเปลี่ยนแปลงมติ มส. แต่ทุกอย่างต้องกระจ่างก่อนตั้งสังฆราชองค์ใหม่

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กว่า 1 ชั่วโมง ว่า ในการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีวันนี้ไม่ได้พูดคุยเรื่องพระสงฆ์ที่มีการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการขึ้นป้ายสนับสนุนให้ดำเนินการตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวตนเคารพในความคิดเห็นของคณะสงฆ์ที่กำลังเคลื่อนไหวในขณะนี้ แต่ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่มีความคิดที่จะไม่เคารพหรือไปเปลี่ยนแปลงมติของ มส.ยืนยันว่าไม่มีความคิดและไม่คิดที่จะทำเลย เพราะฉะนั้นป้ายจะขึ้นหรือไม่ขึ้น ก็ไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน เพียงแต่อยากให้ทุกเรื่องมีความกระจ่างและชัดเจนแค่นั้น และไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลง จึงอยากเรียนให้คณะสงฆ์ได้สบายใจ

เมื่อถามว่า จะมีการเข้าพบกับ มส. เพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยมาแล้ว อย่างที่เรียนไว้ว่ารัฐบาลไม่มีความคิดอย่างอื่น เราเคารพในมติ มส. เคารพการทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ ส่วนการเดินสายพบปะพูดคุยกับพระสงฆ์ทุกฝ่ายนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ไม่ว่าฝ่ายที่เห็นด้วยหรือเห็นต่าง และเชื่อว่าทุกฝ่ายมีความเข้าใจ แต่ต้องถามดูว่าเข้าใจกันหรือเปล่า ซึ่งได้ถือโอกาสชี้แจงว่ารัฐบาลไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น

“รัฐบาลยืนยันในจุดยืน ซึ่งมีความชัดเจนมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆ ในตอนนี้ไม่ใช่แรงกดดัน แต่ยอมรับว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมันมีหลายเรื่องอยู่แล้ว แต่ละคนก็ควรคิดให้รอบด้าน” นายสุวพันธุ์กล่าว และว่า เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา มีเรื่องสำคัญคือ มส.มีมติแต่งตั้งกรรมการ 7 ด้าน โดย 6 เรื่องเป็นงานของคณะสงฆ์ทั้งสิ้น ทั้งเรื่องการปกครอง ศาสนสงเคราะห์ การศึกษาสงเคราะห์ สาธารณูปโภคต่างๆ และมีเรื่องการพัฒนาพุทธมณฑลขึ้นมาดูแลเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา สิ่งเหล่านี้ถือเป็นข่าวดีและเป็นเรื่องดีที่ทาง มส.มีมติแต่งตั้งกรรมการขึ้น และส่วนตัวที่เห็นว่าเป็นเรื่องดีเพราะมีการปฏิรูปกิจการภายในของคณะสงฆ์ โดนตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งประธานกรรมการจะแต่งตั้งในระดับชั้นสมเด็จพระราชาคณะหรือรองสมเด็จพระราชาคณะ และถือเป็นเรื่องที่ดีในการปฏิรูปที่ทันสมัย มีความชัดเจน มีความรับผิดชอบ ช่วยทำให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปมีความก้าวหน้า นอกจากนี้ ส่วนตัวยังมองว่าการตั้งกรรมการดังกล่าวขึ้น ยังเป็นการกระจายอำนาจของ มส. เพราะประธานกรรมการของแต่ละชุดจะต้องไปแต่งตั้งกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุสงฆ์ในระดับต่างๆ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีพลังและกำลังวังชาในการทำงานให้กับการปฏิรูปและกระจายอำนาจลงไปสู่คณะสงฆ์ในส่วนกลางและภูมิภาค และจะทำให้การจัดการการปฏิรูปในส่วนของพระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพมากขึ้นและเมื่อมีกรรมการทั้ง 7 ด้านแล้ว การดำเนินการขับเคลื่อนการประสานงานไม่ว่ากับทางรัฐบาลหรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็จะมีจุดติดต่อประสานงานทำให้การขับเคลื่อนเดินหน้าได้ดี