หน้าแรก การเมือง ปริญญา ชี้ ผิ...

ปริญญา ชี้ ผิดปกติ ผู้ใช้สิทธิลด 10% จี้ กกต.เปิดข้อมูล หวั่นมีคนไปใช้สิทธิ แต่กลายเป็นไม่ได้เลือกตั้ง

10.02.26 | 14:11 น.

ปริญญา ชี้ ผิดปกติ ผู้ใช้สิทธิลด 10% จี้ กกต.เปิดข้อมูล หวั่นมีผู้ไปใช้สิทธิ กลายเป็นไม่ได้เลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ภายหลังจากเลือกตั้ง 2569 ได้มีประชาชนเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 65.07% ซึ่งน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ที่เคยทำลายสถิติสูงสุด 75.71% ในปี 2566 นั้น


ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ปริศนาคนไปเลือกตั้งลดลง 10%? ทำไมจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้จึงน้อยที่สุดในรอบ 30 ปี”

ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย นักวิชาการด้านการเลือกตั้งทุกคนจึงทราบกันดีว่า หากคนไปเลือกตั้งน้อย คะแนนจัดตั้ง (organized) จะชนะ หากคนไปเลือกตั้งมาก คะแนนธรรมชาติ (organic) ก็จะตัดสิน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐธรรมนูญ 2540 จึงกำหนดให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ เพราะต้องการให้คนไปเลือกตั้งมาก จนการซื้อเสียงหรือคะแนนจัดตั้งระบบอุปถัมภ์ไม่มีผลอีกต่อไป โดยรัฐธรรมนูญ 2550 และ 2560 ก็เดินตามแนวทางนี้ แม้จะไม่ได้ผลมากนัก แต่ก็ทำให้ตัวเลขผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นทีละน้อย

Advertisement

จาก 69.17% ในปี 2539 เพิ่มเป็น 69.94% ในปี 2544
ทะลุ 70% ขึ้นไปเป็น 72.55% ในปี 2548
เพิ่มเป็น 74.52% ในปี 2550
ทะลุ 75% เป็นครั้งแรกในปี 2554 โดยได้ 75.03%
ลดลงมาเล็กน้อยในปี 2562 คือเหลือ 74.69%
แล้วขึ้นไปใหม่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในปี 2566 โดยมีผู้มาใช้สิทธิ 75.71% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด
เลือกตั้งครั้งนี้ดูจากความตื่นตัว และการแข่งขันที่ดูจะเข้มข้นยิ่งกว่าทุกครั้ง จึงเชื่อกันว่าจำนวนผู้ไปใช้สิทธิจะต้องมากขึ้น น่าจะไปถึง 76% หรือ 77% หรืออาจจะมากกว่านั้น
แต่เลือกตั้งคราวนี้ กลับมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 65.07% ! ลดลงไปจากปี 2566 ถึง 10.64% ! (ภาพประกอบตัวเลขผิดเล็กน้อย ผมจึงแก้ไขให้ตรงกับตัวเลขในเว็บไซท์ของ กกต.)

ไม่ว่าท่านในคราวนี้ท่านเลือกพรรคใด แต่นี่คือเหตุผลหลักว่า ทำไมพรรคประชาชนจึงแพ้พรรคภูมิใจไทยแบบห่างมาก ถ้าคนไปเลือกตั้ง 75% เหมือนคราวที่แล้วผลการเลือกตั้งจะแตกต่างไปจากนี้มาก
แล้วทำไมคนจึงไปเลือกตั้งน้อยลงไปถึง 10.64 %? ซึ่งเป็นตัวเลขการใช้สิทธิที่น้อยที่สุดในรอบ 30 ปี น้อยกว่าการเลือกตั้งปี 2539 ที่มีการใช้สิทธิ 69.17% เสียอีก! (ต่อให้ กกต. จะอธิบายว่า เป็นตัวเลขนับคะแนนแค่ 94% แต่บัญญัติไตรยางค์แล้ว ก็ยังแค่ 69% ซึ่งยังน้อยมากอยู่ดี เพราะยังเท่ากับปี 2539 เท่านั้นครับ)

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น? คนตื่นตัวน้อยลง คนไม่สนใจการเมืองมากขึ้น? ก็เป็นไปได้ แต่การลดลงไปถึง 10.64% (ตัวเลขจำนวนคนที่ไปเลือกตั้งน้อยลงคือประมาณ 5 ล้านคน) เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะตัวเลขผู้ใช้สิทธิของไทยเพิ่มขึ้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมา และอยู่ที่ 74-75% มาตั้งแต่ปี 2550 อยู่ดีๆ ก็ลดฮวบเหลือ 65% แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือมีสัญญาณอะไรก่อนหน้าเลือกตั้งเลย?

ในฐานะนักวิชาการที่ติดตามและวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2548 นี่เป็นสิ่งที่ผิดปกติมากๆ และเป็นสิ่งที่ผิดปกติที่สุด และน่าสงสัยมากที่สุดในบรรดาเรื่องน่าสงสัยและผิดปกติทั้งหมดในการเลือกตั้งคราวนี้ครับ

ด้วยความที่ กกต.ในขณะนี้มีปัญหามากในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น ผมจึงเริ่มสงสัยว่า มีใครไปเลือกตั้งแล้วบัตรเลือกตั้งของเขาหาย หรือกลายเป็นผู้ไม่ไปเลือกตั้งที่ต้องไปแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิ มิฉะนั้นจะถูกตัดสิทธิบ้างหรือไม่?

ผมจึงขอเสนอให้ กกต. เปิดเผยรายชื่อผู้ใช้สิทธิ หรือให้คนที่ไปเลือกตั้งสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าตนเองกลายเป็นผู้ไม่ไปเลือกตั้งแล้วหรือไม่ เพื่อความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้งครั้งนี้กลับคืนมาครับ