ผู้เชี่ยวชาญไอที เผย ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีช่องโหว่ คนดึงไปขายราคาหลักร้อย รู้ยันชื่อพ่อแม่
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 69 นายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ภาคเอกชน ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า White Hacker ท่านนึงฝากมา ระบบตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นเหตุให้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหล “ทั้งประเทศ” ข้อมูลที่รั่วไหล โดยเฉพาะลำดับในบัญชี เพราะข้อมูลนี้ปรากฏอยู่ในต้นขั้วด้วย ทำให้สามารถล่วงรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้นว่าผู้ใดโหวตอะไร

ย้ำอีกที ช่องโหว่นี้ เป็นเพราะไม่มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์มาควบคุมเลยครับ ใครก็สามารถเข้าไปดูดฐานข้อมูลทั้งประเทศออกมาได้ ซึ่งต่อมาก็ได้อัปเดตอีกว่า “ระบบบัญชีผู้มีสิทธิ ได้รับการปกป้องแล้วนะครับ มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลทางไซเบอร์เบื้องต้นแล้วเรียบร้อย ไม่เปิดประตูอ้าซ่าแล้ว”

ต่อมา นายธนรัตน์ โพสต์ข้อความเพิ่มเติมอีกว่า “โอเค ผมได้ภาพชัดๆ มาแล้วครับ มีคนดูดรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เพิ่งหลุด ไปรวมกับข้อมูลเดิมที่หลุด ได้ชุดข้อมูลที่น่าสะพรึงจริงๆ ครับ รู้ยันชื่อพ่อชื่อแม่ ในกลุ่มซื้อขายข้อมูลชุดนี้กัน แค่หลักร้อยบาทครับ”

นายธนารัตน์ ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “งามไส้ มีคนส่งรูปนี้มาให้ มีการดูดเอารายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไปประกอบกับข้อมูลที่หลุดก่อนหน้า ได้ออกมาเป็นชุดข้อมูลที่สมบูรณ์ขนาดนี้เลย ได้ชุดข้อมูลที่น่าสะพรึงจริง ๆ ครับ รู้ยันชื่อพ่อชื่อแม่ ในกลุ่มซื้อขายข้อมูลชุดนี้กันแค่หลักร้อยบาทครับ”

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แชร์ข้อความของนายธนารัตน์ บอกว่า ข้อมูล 2/3 ส่วน ปรากฏต่อสาธารณะแล้ว คือ ภาพถ่ายบัตรชมพูตอนนับคะแนน เช่น หน่วยเลือกตั้งที่นักข่าว PPTV ถ่ายไว้ (รวมถึงหน่วยอื่น ๆ ที่มีประชาชนจำนวนมากไปถ่ายตอนสังเกตการณ์) และข้อมูลลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากโพสต์ของนายธนารัตน์ ซึ่งหลุดทั้งประเทศ
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า เหลืออีกส่วน ส่วนสุดท้าย คือต้นขั้ว ถ้ามีคลิป-ภาพถ่ายใดที่เห็นต้นขั้วในบัตรสีชมพู “เพียงแค่ 1 ใบ” ที่ตรงกับภาพตอนนับคะแนนปรากฏต่อสาธารณะ

“จบครับ เพียงแค่ 1 เคส ก็เพียงพอแล้วในการพิสูจน์ว่า ที่ กกต. พยายามออกมาแถลงว่า เป็นการเลือกตั้งที่ตรงและลับ ‘ด้วยกระบวนการ’ นั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ที่เราเดินมาถึงจุดนี้ เพราะคุณผิดพลาด (ไม่ว่าด้วยความประมาท หรือด้วยความทุจริตก็ตาม) ในการใส่สัญลักษณ์ (เช่น บาร์โคด) ที่ระบุไปถึงบัตรแต่ละใบได้แบบ 1:1” นายณัฐพงษ์ระบุ
ขอบคุณข้อมูล จากเพจ Thanarat Kuawattanaphan

