⦁…ไม่จริงหรอกที่อธิบายว่า “บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง” ใช้งานได้แค่ “รักษาความปลอดภัย” ให้รู้ว่าเป็นบัตรจากหน่วยไหน การเมืองที่เอาชนะกันด้วย “บิ๊กดาต้า” ที่ประสิทธิภาพในการจัดเก็บ การแจกแจง วิเคราะห์ วางแผนยิงให้ตรงเป้า คือชัยชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ รู้ดีเท่ากับ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และทีมงาน เนวิน ชิดชอบ รู้ ต่อให้ฐานข้อมูล เป็นหลายสิบหรือเป็นร้อยล้าน หากกล้าลงทุนกับเทคโนโลยี การจัดการย่อมง่ายดาย เพียงแต่องค์กรที่จัดการเรื่องนี้ง่ายสุดคือ “กกต.” ที่ข้อมูลอยู่ในมือที่จะได้ประโยชน์สุดคือ “พรรคที่ควบคุม กกต.”
⦁…ชะตากรรมของ “พรรคเพื่อไทย” น่ะหรือ จะมีอะไรไปมากกว่า ถูกกลืนหายไปในเกมที่ส่งให้พรรคเครือข่าย “รัฐพันลึก” อย่าง “ภูมิใจไทย” ขึ้นมาบริหารอำนาจ ที่อ้างว่าร่วมรัฐบาลจะมีโอกาสสร้างผลงานได้มากกว่าก็จริงอยู่แต่ขนาดเป็น “พรรคแกนนำรัฐบาล” ยังขยับอะไรไม่ได้เลย แถม “นายกรัฐมนตรีของพรรค” ถูกสอยร่วงเป็นว่าเล่น แล้วร่วมรัฐบาล ท่ามกลาง “กลุ่มก๊วน” ที่มองขาดว่า “อนาคตของอำนาจ” อยู่กับใคร คำถามคือจะเหลือคนที่เทใจให้กับพรรคสักกี่คนและอีกกี่วัน
⦁…แม้อาจจะอาจหาญ ยืนหยัดอุดมการณ์ท้าทาย “อำนาจที่ไม่ชอบธรรม” แต่ที่สุดแล้ว ฐานที่จะส่งให้ “พรรคประชาชน” ลงสนามการเมืองได้อย่างมีอนาคตมีแต่ “ประชาชนต้องร่วมสู้อย่างเต็มกำลัง” ประเทศที่ “ผู้คนส่วนใหญ่”พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ได้แค่ “อ้าปาก ฝากท้อง” ให้ “รัฐบาลเจือจาน” ความพยายามที่จะใช้บท “ฝ่ายค้าน” สร้างผลงานอย่างเดิม ดูจะห่างไกลจาก “ความหิว และความอยาก” ที่กำหนดความคิดของคนทั่วไป การกินอุดมการณ์ก็ดูมีคุณค่าดี แต่ต้องอยู่แบบนี้ไปอีกนาน “ใครจะทนรอ”
⦁…ลงสนามครั้งแรก ส่วนใหญ่เชื่อ “อนาคตใหม่” ได้แค่พรรคต่ำสิบ แต่แล้วได้มา 50 กว่าเสียง ครั้งที่ 2 พลิก “ก้าวไกล” ขึ้นมาเป็นพรรคคะแนนสูงสุด ครั้งนี้ใครไม่เชื่อว่า “พรรคประชาชน” จะจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปลุกเร้าให้ “คนในพรรค” และ “ผู้สนับสนุน” เชื่อ แล้วเป็นไง “กลไกดุลอำนาจ” ตัดไฟแต่ต้นลม ล้มทฤษฎี “ใบอนุญาต 2 ใบ” จัดการแบบเบ็ดเสร็จ ให้ “ภูมิใจไทย” ชนะขาดลอยตั้งแต่ “ใบอนุญาตที่ 1” ไม่ต้องพูดถึง “ใบอนุญาตที่ 2” ที่ส่งสัญญาณให้เห็นชัดว่า “ยืนหยัดมั่นคง” อยู่ด้วยกัน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ลืมคิดไปว่า โจทย์ที่ “พรรคประชาชน” ต้องแก้ให้กระจ่างคือ “จริงหรือไม่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีบทบาทในศูนย์กลางอำนาจ” ซึ่งการเป็น “ฝ่ายค้าน” มิใช่คำตอบ
⦁…ความผิดพลาดคือไม่เปิดทางให้ได้ “เข้าร่วมรัฐบาล” การประกาศ “ไม่โหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ” เท่ากับ “ปฏิเสธสิ่งที่มีพลังกำหนดเกมอำนาจ” ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า “ตัวเองยังไม่กล้าจะสู้อย่างเอาเป็นเอาตายจริง” กลับยอมรับทุกสภาพที่ “ถูกตัดสิน” ทั้งที่ชัดเจนว่า “ถูกกระทำอย่างไม่ชอบธรรม” ทางหนึ่งประกาศ “สู้” แต่อีกทางหนึ่ง “ยอมรับสภาพอย่างยอมจำนน” ทำให้ที่สุดแล้วคนที่เฝ้ามอง ไม่เห็นความเป็นไปได้ที่จะ “เปลี่ยน” อย่างที่ชูธง เสียงสนับสนุนจึง “หล่นวูบ” หลุดลุ่ยจากความเชื่อที่กล่อมตัวเองไว้
⦁…ใครที่คิดว่า เนวิน ชิดชอบ จะหักดิบ ธรรมนัส พรหมเผ่า น่าจะเกิดจากมองที่มาไม่ขาด “คนพันธุ์เดียวกัน” กำลังสบตากันอย่าง “เห็นไส้เห็นพุงของกันและกัน” หากจะบอกว่า แม้ “กล้าธรรม” จะเสียงน้อยว่า “เพื่อไทย” แต่ประสิทธิภาพของพลังต่อรองห่างกันคนละเบอร์ “เพื่อไทย” เข้ามาในสภาพ “หาทางเลือกที่ดีกว่าให้ตัวเอง” แต่ “กล้าธรรม” เป็นผู้ที่ “ภูมิใจไทย” ถูกบังคับให้เลือกมาแต่เริ่ม
⦁…แต่ประสา “เสือสองตัว” ที่จำเป็นต้อง “อยู่ถ้ำเดียวกัน” การแยกเขี้ยว เคี้ยวฟันเพื่อ “ลองเชิง” มาใครต้องเกรงใคร เพื่อจัดวางรูปแบบการอยู่ร่วมกันที่เหมาะสม ย่อมเป็นธรรมดาจะต้องทำให้ชัดก่อนที่จะเกิดการ “ขบเหลี่ยม” กันภายหลัง “เคลียร์ให้เพื่อไทยหมดแรงดิ้น” ง่ายกว่าทำให้ “กล้าธรรม” อยู่อย่าง “เชื่องๆ”







