หน้าแรก การเมือง ผู้ตรวจการฯ ส...

ผู้ตรวจการฯ สอบปมบาร์โค้ด จี้กกต.แจงใน7วัน คดีเลือกตั้งส่อขัดรธน.

17.02.26 | 06:10 น.

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งกกต.ชี้แจงพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดลงบัตรเลือกตั้ง ไม่เป็นความลับ ภายใน 7 วัน

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้มีการชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่กกต.พิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งจนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 หรือไม่ โดยกำหนดให้สำนักงานกกต.ชี้แจงกลับมาภายใน 7 วัน

ก่อนหน้านี้มีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 69 รวม 12 คำร้อง โดยในจำนวนนี้มีคำร้อง ที่ยื่นขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง การที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือแจ้งให้กกต.ชี้แจงนั้นมาจาก 3 คำร้องคือ คำร้องของนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ และตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อ

อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดินหลังจากได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักงานกกต.แล้ว ทางสำนักงานฯจะประมวลเรื่องและเสนอที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาหากที่ประชุมเห็นว่าคำร้องมีมูลเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นว่าไม่มีมูลจะสั่งยุติเรื่อง

Advertisement

ปัจจุบันมีผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 คนคือนายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และพล.ต.ท.ยุทธนา สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนอีกหนึ่งคนอยู่ระหว่างการสรรหา

ที่ศาลปกครอง ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา 9 สถาบัน ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง ม.เชียงใหม่ ม.แม่ฟ้าหลวง ม.รามคำแหง และ มศว นำโดย นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยื่นฟ้อง กกต. และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่า กกต.จัดการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีรหัสบาร์โค้ดระบุหรือย้อนกลับไปถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนได้ เป็นการละเมิดหลักการการลงคะแนนลับ ตามรัฐธรรมนูญ

ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การจัดการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ ยังขอให้ศาลสั่งให้ กกต.ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันความเสียหายที่ยากจะแก้ไขเยียวยาหากมีการรับรองผลไปก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณาจารย์ นักกฎหมาย นักวิชาการ ผู้ห่วงใยต่อการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม จำนวน 209 คน ยังวมลงชื่อในแถลงการณ์ เรื่อง ความรับผิดของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง เนื้อหาดังนี้ ภายหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา ได้ปรากฏข้อมูลเผยแพร่และนำมา ข้อกังขาอย่างกว้างขวาง รวมทั้งส่อให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะมิได้เป็นไปอย่าง สุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองไว้

ประการแรก การลงคะแนนของบุคคลอาจมิได้เป็นไปตามหลักการเลือกตั้งโดยลับ ประการที่สอง การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งอาจมิได้ดำเนินอย่างสุจริต ประการที่สาม การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติที่ดำเนินไปอย่างล่าช้าและคลาดเคลื่อนอย่างสำคัญ และประการที่สี่ การรวบรวมและการจัดเก็บกล่องลงคะแนนที่อาจมิได้กระทำการอย่างถูกต้องและมีเงื่อนงำ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องประชาชนร่วมกันกดดันเพื่อให้ กกต. ทำการชี้แจงต่อประเด็นปัญหาต่างๆ ทั้ง 4 ประเด็นตามที่ได้อธิบายมาข้างต้น และต้องเปิดโอกาสให้มีการซักถาม ตรวจสอบ