หน้าแรก การเมือง ครม.เคาะ แก้ไ...

ครม.เคาะ แก้ไขสัญญา ทางหลวงพิเศษ M6 เปิดทางจ่ายค่าตอบแทนบางส่วน แก้ปัญหาล่าช้างานโยธา

17.02.26 | 13:17 น.

ครม.ไฟเขียวแก้ไขสัญญา O&M ทางหลวงพิเศษ M6 เปิดทางจ่ายค่าตอบแทนบางส่วนก่อนเปิดบริการ วงเงินประมาณ 128 ล้านบาท แก้ปัญหาความล่าช้างานโยธา

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ ขอความเห็นชอบการแก้ไขสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6)

รองโฆษกฯระบุว่า โครงการ M6 เป็นโครงการทางหลวงพิเศษระยะทางประมาณ 196 กิโลเมตร โดยภาครัฐรับผิดชอบงานโยธา และภาคเอกชน ร่วมลงทุนในงานระบบและการดำเนินงาน-บำรุงรักษา ภายใต้รูปแบบ PPP Gross Cost มีระยะเวลาร่วมลงทุนไม่เกิน 30 ปีนับแต่วันเปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างงานโยธาของกรมทางหลวงในบางตอนประสบอุปสรรค จำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างและขยายระยะเวลาดำเนินงาน ส่งผลให้การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างแก่เอกชนล่าช้ากว่าแผนเดิมประมาณ 25 เดือน และกระทบต่อกำหนดวันเปิดให้บริการ

ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม กรมทางหลวง สามารถจ่ายค่าตอบแทนการลงทุนงานระบบให้เอกชนได้ภายหลังวันเปิดให้บริการเท่านั้น เมื่อเกิดความล่าช้า เอกชนจึงยังไม่สามารถรับชำระค่าตอบแทน และอาจกระทบต่อการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ

กระทรวงคมนาคม จึงเสนอแก้ไขสัญญา โดยเพิ่มเงื่อนไขให้กรมทางหลวง สามารถจ่ายค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง “บางส่วน” ก่อนวันเปิดให้บริการได้ เฉพาะงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวงเงินตามข้อเสนอเดิมของเอกชน และไม่กระทบยอดรวมค่าตอบแทนทั้งโครงการ

Advertisement

จากการตรวจสอบงานที่แล้วเสร็จ ณ วันที่ 10 มกราคม 2568 คำนวณเป็นวงเงินประมาณ 128.55 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายจากบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง และไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสถานะทางการเงินของกองทุนดังกล่าว

รองโฆษกฯกล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขสัญญาครั้งนี้ไม่ถือเป็นการจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม แต่เป็นการปรับจังหวะเวลาการจ่ายค่าตอบแทนบางส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโครงการ โดยเอกชนคู่สัญญายินยอมไม่เรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม และระยะเวลาการดำเนินงานและบำรุงรักษา 30 ปีจะยังคงเดิม ทั้งนี้ การดำเนินการได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 แล้ว และเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้องครบถ้วน