หน้าแรก การเมือง ส่องโฉม ครม.ใ...

ส่องโฉม ครม.ใหม่ วัดใจ ภท.คุมเศรษฐกิจ-มั่นคง

18.02.26 | 09:27 น.

หมายเหตุ – นักวิชาการสะท้อนมุมมองกรณีพรรคภูมิใจไทยในฐานะเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกระทรวงยุติธรรมเอง มีข้อดี ข้อเสียต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร

อรรถ นันทจักร์
นักวิชาการอิสระ

กรณีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ต้องการที่คุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงนั้น เพราะคิดว่าตัวเองมีคนที่มีฝีมือ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ที่ผ่านมาเดือนสองเดือน เหมือนว่าจะเข้าตาประชาชน แต่อย่าลืมว่าช่วงเวลาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 3-4 ปีข้างหน้า โลกยังมีวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้อยู่

ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะร่วมกับพรรคเพื่อไทยมองว่า เป็นการหาบทสรุปการร่วมรัฐบาลที่ผิดพลาด เพราะอย่าลืมว่าเคยถูกทำให้เจ็บมาแล้ว เหมือนแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาทีหลัง อย่าลืมว่าตรงนี้คือการเมือง

Advertisement

มองกลับกัน สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่ฝ่ายค้านอย่างพรรคสีฟ้า พรรคสีส้ม หรือแม้แต่พรรคสีเขียว ยิ่งน่ากลัว เพราะบางพรรคเอาข้อเท็จจริงมาแฉ จนคนที่ถูกกล่าวอ้างกลับบ้านไปกระอักเลือดตายก็มี บางพรรคคอมเมนต์กระบวนการตรวจสอบรุนแรงมาก แต่ไม่คลาสสิก รุนแรงเสมือนกับว่าชักปืนยิงต่อหน้าเลย

แต่อีกพรรคที่โดนสกัดห้ามเป็นรัฐบาล ในส่วนนั้นพรรคนั้นรอได้ เพราะเขารู้ว่าเขารออะไร ต้องการอะไร นั่นคือสิ่งที่ต้องประเมินให้ดี

วันนี้สังคมเทไปที่ฝ่ายค้าน เพราะคนส่วนใหญ่มองว่านั่นคือกระบวนการที่เป็นฝ่ายตรวจสอบให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น ส่วนฝ่ายรัฐบาลเองก็จะปักหลัก และรักษาสิทธิผลประโยชน์กับปัญหาที่เป็นชนักปักหลังมาโดยตลอด

กรณีที่ภูมิใจไทยจะควบเก้าอี้ของกระทรวงยุติธรรมด้วย ทำให้อาจจะมีข้อครหาคดีที่ยังคงค้างคาอยู่ ทั้งในเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.และคดีเขากระโดง ที่อาจจะมีการแทรกแซง หรือทำให้คดีล่าช้า ตรงนี้มองว่าแค่เป็นรัฐบาลก็เป็นข้อครหาแล้ว ยิ่งจะไปเลือกเอากระทรวง ทบวง กรมที่มีอำนาจชัดเจนในการที่จะดำเนินการในเรื่องชนักที่ปักหลังอีก นั่นคือโอกาสตาย คือโอกาสที่จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่ต้องนับถอยหลัง อย่างน้อยที่สุดจะเอาใครมาดูแลเรื่องเหล่านี้ คนจะมองว่ากำลังยืดอายุปัญหาที่หมักหมมอยู่ที่บุรีรัมย์ ยืดปัญหาในสภา กรณีฮั้ว ส.ว. ที่ยังสรุปกันไม่ได้ เรื่องอย่างนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จะทำยังไงก็ลบยาก มีภาพลบมากกว่าภาพบวก

การจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น มองว่าเสถียรภาพของรัฐบาลนั้น น้อยมาก สั้นมาก ได้เห็นอะไรดีๆ เรื่องข้อเท็จจริงทางสังคมที่ปรากฏโดยเฉพาะพฤติกรรม กระบวนการของการกระทำที่ดูเหมือนว่าเป็นการกระทำผิดในเรื่องเครดิตทางการเมืองที่ทำกันมาโดยตลอด และในเรื่องของธุรกิจการเมืองที่มี ถึงวันนี้แล้วเรื่องเหล่านี้ก็จะออกมาเรื่อยๆ อย่างน้อยที่สุดวันนี้ดูเหมือนว่าจะต้องดูกระบวนการการสร้างข้อเท็จจริงเพื่อที่จะตายหมู่ และข้อสำคัญมันเหมือนกับเวลาที่ต้องรีเซตการเมืองใหม่ เพราะพฤติกรรมของนักการเมืองเองไม่ใช่คนอื่น

ณรงค์ ตนานุวัฒน์
ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าเชียงใหม่

การที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนจัดตั้งรัฐบาลจะเข้ามาคุมกระทรวงเศรษฐกิจ และความมั่นคงถือเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะการมีเทคโนแครต 3 คน คือ นางศุภจีนายเอกนิติ และนายสีหศักดิ์ เป็นมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จะได้เข้ามาสานต่อสิ่งดีๆ ที่ทำไว้แล้วเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

เนื่องจากประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องใช้มืออาชีพมาบริหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งการเจรจาระหว่างประเทศที่ผ่านมานายสีหศักดิ์ ทำได้ดีมาก ส่วนการเจรจาต่อรองเรื่องการค้าและเศรษฐกิจ นางศุภจีก็ทำได้ดีเช่นกันขณะที่นายเอกนิติก็มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการคลัง ทั้ง 3 ส่วนนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศมาก หากได้มืออาชีพเข้ามาบริหารจะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าไปได้

ส่วนภายในประเทศเรื่องการใช้นวัตกรรม การใช้ออโตเมชั่น การใช้ดิจิทัล AI ก็เป็นจุดขายเพื่อให้เกิดการค้า และดึงการลงทุนเข้ามาในประเทศ เป็นอีกมิติหนึ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องให้ความสำคัญ ถ้าทำให้ทุกอย่างสอดรับกันได้ทั้งภายในและภายนอก จะช่วยให้ประเทศเดินต่อไปได้

อีกหนึ่งปัจจัยภายในที่มีส่วนสำคัญ คือการที่ประเทศมีหนี้เสียเยอะ และมีหนี้ครัวเรือนสูง รวมทั้งมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งการใช้จ่ายภาครัฐมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง หากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้างบประมาณแผ่นดินก็จะออกมาช้าตามไปด้วย เพราะงบประมาณถือเป็นฟันเฟืองและเครื่องจักรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในประเทศ รวมทั้งกระตุ้นการลงทุนที่ถดถอย

ณัฐพล เหลืองวงศ์ไพศาล
ประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ให้ความสำคัญเสถียรภาพและความต่อเนื่องนโยบายทางเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ฉะนั้นการที่พรรคไหนก็ตามที่ขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาล จะได้เป็นผู้คุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงจะทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ และมีเสถียรภาพ ลดปัญหาขัดแข้งขัดขากัน ทำให้การบูรณาการระหว่างกระทรวงต่างๆ สามารถทำได้ราบรื่นมากขึ้น จะทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสามารถผลักดันได้แบบไร้รอยต่อ หรือการนำเทคโนโลยี หรือผู้บริหารมืออาชีพ เข้ามาเสริมทัพเป็นการส่งสัญญาณบวกต่อนักลงทุน และภาคเศรษฐกิจว่าการเมืองจะอยู่หลังนโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยมืออาชีพ

บ้านเมืองวันนี้มีปัญหามากมายทั้งเรื่องเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งความมั่นคงตามแนวชายแดน หากไม่มีมืออาชีพหรือคนทำงานเป็นจริงๆ ประเทศคงเดินหน้าไปยาก ถ้ารัฐบาลจะจัดตั้งรัฐบาลใช้ระบบโควต้าอยู่นาวารัฐบาลผสมคงจะเดินหน้าไปได้ยาก รัฐบาลใหม่ต้องจำกัดการแต่งตั้งระบบโควต้าออกไป และจำเป็นต้องเร่งกลับมาแก้ไขประเทศโดยเร็ว ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนให้มากกว่า กับการใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบประชานิยมที่มากเกินไป

หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยได้ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย และในฐานะเป็นพรรคแกนนำจะคุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงเอง ช่วงเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนำนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ บุคคลเหล่านี้เป็นมืออาชีพขับเศรษฐกิจไทยได้ในระดับหนึ่ง ที่มีการประสานงานทั้ง 3 กระทรวงดำเนินงานไปในแนวทิศทางเดียวกัน จึงเชื่อว่า นโยบายต่างๆ ที่ยังไม่ได้ทำและยังคงค้างอยู่อีกมาก เมื่อนายอนุทินกลับมาเป็นผู้นำรัฐบาลอีกครั้ง จะเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมารัฐบาลในหลายๆ สมัยที่ผ่านมา ซึ่งมีน้อยครั้ง พรรคที่จัดตั้งรัฐบาลจะมีทีมงานเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้มาจากโควต้าของใคร พร้อมมาดูเรื่องปัญหาเศรษฐกิจโดยตรง ส่วนใหญ่รัฐบาลหลายๆ รัฐบาลที่ผ่านมา มักจะมีโควต้าของกลุ่มพรรคร่วมหรือกลุ่มการเมืองในพรรค ทำให้ไม่ได้คนที่มีความสามารถ หรือถนัดในสายงาน ความถนัดของมืออาชีพเข้ามาทำงาน

แต่ถ้ามองในข้อดีการที่มีทีมงานเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้มาจากโควต้าของใคร หากรัฐมนตรีเศรษฐกิจยังเป็นนางศุภจี นายเอกนิติ และนายสีหศักดิ์ เป็น 3 แม่ครัวใหญ่เดินหน้าในเรื่องของภาคเศรษฐกิจ โดยทั้ง 3 คนนี้เคยได้พิสูจน์ความสามารถให้เห็นไปบ้างแล้ว แม้ว่าจะเป็นช่วงระยะสั้นๆ ที่ยังไม่ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดมากนักเพราะมีระยะเวลาการทำงานสั้น แต่คงต้องให้คนทั้ง 3 ได้มีโอกาสทำงานต่อไป กับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน ทั้งในเชิงเศรษฐกิจภาพใหญ่ รวมทั้งปัญหาปากท้องประชาชน รัฐบาลต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาลงทุนในประเทศได้

สิ่งที่อยากจะคาดหวัง สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเห็นเร่งด่วน คือ การแก้ปัญหาปากท้อง เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศ การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ เพราะไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจจะหยุดชะงักทั้งหมด อีกทั้งเรื่อง SME การเร่งแก้ปัญหาปากท้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่สุด และควบคู่ไปกับการดูแลเรื่องการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการเร่งทำงบประมาณในปีต่อไป และไม่อยากเห็นความล่าช้าของการอนุมัติงบประมาณ หากงบประมาณล่าช้าก็จะสร้างผลกระทบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรัฐบาลต้องมาพร้อมกับความโปร่งใส ทั้งเรื่องคอร์รัปชั่น ปัญหาทุนเทา รัฐบาลต้องสร้างความชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และมาตรการต่างๆ ที่จะออกมารองรับ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่สะสมมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ที่สำคัญจัดตั้งรัฐบาลควรดำเนินการโดยเร็ว เพื่อให้การขับเคลื่อนงบประมาณ การลงทุนภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง สร้างเสถียรภาพทางการเมือง มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน และร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลที่มีเอกภาพ มีเสถียรภาพ ในส่วนของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ควรคำนึงถึงความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญของบุคคล ในแต่ละกระทรวง ขอให้คนรู้งานและเข้าใจในงาน พร้อมที่จะทำงานได้ทันที เมื่อเป็นรัฐบาล รวมถึงควรหาพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเป้าหมายร่วมกัน ในการขับเคลื่อนประเทศแบบเป็นเอกภาพ สามารถเสริมภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในสายตาประชาชน และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนข้อเสีย การที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศจะคุมกระทรวงด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงเอง ก็อาจจะเป็นในเรื่องของการที่ควบคุมทั้งงบประมาณ ที่ด้านเศรษฐกิจและมีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย คือในด้านความมั่นคงกระทรวงมหาดไทย อาจทำให้ขาดการตรวจสอบภายใน และมองภาพว่าเป็นการใช้อำนาจ เพื่อปูรากฐานทางการเมืองมากกว่าที่จะเน้นการพัฒนาประเทศ ระยะยาว

ส่วนเรื่องของกระแสพรรคภูมิใจไทย จะคุมกระทรวงยุติธรรม ที่ยังมีข้อครหาแทรกแซงคดีฮั้ว ส.ว.กับเขากระโดงหรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องความยุติธรรม และเชื่อว่าใครทำผิดย่อมรับผิด ประเทศไทยมีหลายองค์กร ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรอิสระ และในสภาเองก็มีฝ่ายค้าน การที่จะเข้าแทรกแซงคดีคงไม่ง่ายเท่าไรนักถึงเชื่อว่าแม้จะได้แต่ก็คงชั่วคราวเท่านั้นเอง