หน้าแรก การเมือง กมธ. ถกเดือด ...

กมธ. ถกเดือด ประชาพิจารณ์ สูตรเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พิสิษฐ์ ไม่ยอมรับข้อมูลดิบ ชี้ ไม่น่าเชื่อถือ 

20.02.26 | 19:30 น.

กมธ. ถกเดือด ประชาพิจารณ์ สูตรเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พิสิษฐ์ ไม่ยอมรับข้อมูลดิบ ชี้ ไม่น่าเชื่อถือ 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธาน กมธ.ฯ วาระพิจารณาศึกษารูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม อันเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตน มีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดทิศทางและกำกับดูแลการบริหารกองทุนประกันสังคม

โดยมีการเชิญปลัดกระทรวงแรงงาน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายอาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เข้าชี้แจง

นายนรเศรษฐ์ ได้สอบถามสำนักงานประกันสังคม ว่า หลังจากการปิดการทำประชาพิจารณ์ไปแล้วได้มีข้อมูลดิบไว้แล้วหรือไม่ ประชาชนจะได้มีโอกาสเห็นข้อมูลนี้หรือไม่

น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรมสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ ผู้ที่เข้ามาทำการประชาพิจารณ์ทั้งหมด 1.2 ล้านครั้ง โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม และจะมีการเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบว่า มีสัดส่วนผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยเท่าไหร่

Advertisement

ด้านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ชักถามว่า สามารถแยกออกมาได้หรือไม่ว่า เป็นบอทเท่าไหร่ และมีผู้ประกันตนจริงๆ เท่าไหร่ ทางประกันสังคมได้มีการตรวจสอบดีแล้วหรือไม่ น.ส.มาลากาลัญ ชี้แจงว่า การรับฟังความเห็นเข้าระบบกลางไม่มีการยืนยันตัวตน และผู้ที่มาทำประชาพิจารณ์ทั้งหมด 1.2 ล้านครั้ง หากจะตรวจสอบต้องขอความเห็นทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล(DGA) ถึงกระบวนการตรวจสอบ

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การบอกเช่นนี้อาจเป็นข้อมูลเท็จก็ได้ เพราะไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ว่า 1.2 ล้านครั้งเป็นคนจริงๆ หรือไม่ ถือว่าตนไม่เชื่อถือข้อมูลที่ให้มา

ขณะที่นายอาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการ DGA กล่าวว่า ขอให้ข้อมูลว่าทางระบบกลางกฎหมายเป็นระบบที่ทำร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตัวระบบนี้เริ่มทำและให้บริการช่วงปี 2564-2565 เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ จัดทำร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ ส่วนคำถามที่ว่าตัวระบบกลางทางกฎหมายที่ทำขึ้นมา ไม่มีการยืนยันตัวตนนั้น ต้องบอกว่ามีการไปสำรวจความเห็นจากประชาชน ซึ่งเวลานั้นประชาชนเกรงว่า ถ้าแสดงตัวตนในการให้ความเห็นต่อกฎหมาย อาจมีประเด็นอื่นตามมา ดังนั้น ประชาชน ณ เวลานั้นจึงบอกว่าอยากที่จะแสดงความเห็นต่อกฎหมาย โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนมากกว่า นี่จึงเป็นที่มาว่าตัวระบบกลางทางกฎหมายที่เราทำ จึงไม่ได้บังคับให้ประชาชนต้องยืนยันตัวตนก่อนที่จะเข้ามาแสดงความคิดเห็น

นายอาศิส กล่าวต่อว่า สำหรับคำถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีบอทนั้น ส่วนนี้ต้องบอกว่าตัวระบบมีการปรับปรุงมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในหลายจุด เช่น 1.เครื่องมือป้องกันการโจมตีไม่ให้เว็บไซต์ล่ม 2.เครื่องมือป้องกันเรื่องบอทคือให้ประชาชนติ๊กว่าตัวเองไม่ใช่บอท ก่อนส่งความคิดเห็น ซึ่งเรามีกระบวนการตรวจสอบให้มั่นใจแล้ว และ 3.เรามีแอปพลิเคชันที่ไว้ดูพฤติกรรมของข้อมูลที่ส่งเข้ามาว่ามีลักษณะเป็นบอทหรือไม่

“ขอยืนยันให้ท่านมั่นใจว่าเครื่องมือที่เราใช้ในการรับฟังความเห็นครั้งนี้คือตัวระบบกลางทางกฎหมาย มีกระบวนการป้องกันบอทแน่ๆ แต่มีความเป็นไปได้ที่ประชาชนบางคนให้ความคิดเห็นมากกว่า 1 ครั้ง เพราะมองว่าประชาชนอาจเปลี่ยนใจหรือมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ฉะนั้น จึงไม่ได้ล็อกไว้ว่า 1 คนแสดงความคิดเห็นได้ครั้งเดียว ส่วนที่ทางประกันสังคมให้ข้อมูลไปว่ามีผู้มาแสดงความคิดเห็น 1.2 ล้านครั้งนั้น เบื้องต้นตัวเลขที่ตนดูจากระบบกลางทางกฎหมาย ความเห็นที่ผ่านตัวระบบกลางทางกฎหมายมีประมาณ 7 แสนครั้ง” นายอาศิส กล่าว

นายอาศิส กล่าวต่อว่า ส่วนที่ทางกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าในช่วง 3 วันหลังมีผู้มาให้ความเห็น 4 แสนครั้งนั้นเป็นบอทหรือออแกนิก ยืนยันว่าเป็นออแกนิกแน่นอน เพราะเรามีเครื่องมือป้องกันบอท

ด้านนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า ตนไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องรอถึงเดือนมีนาคม เราทำแระชาพิจารณ์สิ้นสุดไปแล้ว 1 สัปดาห์ คิดว่าไม่เกินวันจันทร์ควรจะเปิดเผยข้แมูลดิบได้แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับการให้ความเห็นในสูตรบำนาญที่มีผู้แสดงความเห็นหลักแสนคน นายอาศิส ชี้แจงว่า ทาง DGA ได้ส่งข้อมูลดิบให้กับสำนักงานประกันสังคมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อมูลมีความซับซ้อนในระดับหนึ่ง เนื่องจากบางคนมีความเห็นพิมพ์เพิ่มเติมมาด้วย

โดยในช่วงหนึ่งในกรรมาธิการได้มีการถกเถียงกันว่า ข้อมูลดิบดังกล่าวสามารถเปิดเผยได้หรือไม่ เนื่องจากบางฝ่ายมองว่าไม่สามารถเปิดได้เพราะยังเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จึงจะเปิดเผยได้ โดยมีการเสนอให้คัดกรอง IP Address จากผู้แสดงความเห็น 1.2 ล้านครั้ง และผู้ที่มาแสดงความคิดเห็นเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33, 39, 40 หรือไม่

น.ส.มาลากาลัญ ชี้แจงว่า เรื่องข้อมูล 1.2 ล้านครั้ง มีข้อมูลที่หลากหลาย ผลลัพธ์ที่ทางสำนักงานคาดหวังคือเรื่องของเหตุผล สำนักงานประกันสังคมจึงขอเวลาในการประมวลและมาวิเคราะห์อีกครั้งว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ซึ่งได้กำหนดการประชุมของอนุกรรมการในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ถ้าเทียบเวลา 2 อาทิตย์กับ 1.2 ล้านครั้งก็น่าจะใช้เวลาพอสมควร และหลังวันที่ 9 มีนาคมนี้ จะสามารถเปิดเผยข้อมูลดิบต่อสาธารณะได้