การออกมาพูดเรื่อง”ระเบิด“ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
สะท้อนถึงลักษณะ AB-แอ็บนอร์มัล
เป็นอันว่าบทสรุปว่า เพราะลมแรงทำให้ป้ายโฆษณาแกว่งไปกระทบกระทั่ง “ท่อพีวีซี” แตก
ต้อง “ชิดซ้าย” หลบหายไปโดยอัตโนมัติ
ยิ่งเมื่อ รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ออกมาตั้งคำถามว่าเสียงดังอย่างไร
หากดัง”แก๊ก”นั่นคือ ท่อ หากดัง”ปัง”คือระเบิด
ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามบทสรุปของ อังเดร มัลโรซ์ ที่ว่าต้องมีการเปรียบเทียบกับสิ่ง”ต่าง”จึงจะสามารถจำแนกได้
เป็นไปตาม”แนว”ที่ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ระบุ
เมื่อทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประสานเสียงกัน
จึงมีการเคลื่อนไหวจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด
จึงมีการเคลื่อนไหวจาก พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ จึงมีการเคลื่อนไหวจาก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์
รวมศูนย์ไปยัง “ระเบิด”
ขณะเดียวกัน การออกโรงของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ยิ่งเท่ากับเป็น “สัญญาณ”
สัญญาณ 1 ระเบิด คือ แนวโน้ม
สัญญาณ 1 คือคำสั่งการโดยตรงไปยัง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.
เน้น “ภาพ” จาก “ซีซีทีวี”
พลันที่ “วัตถุพยาน” ชี้แนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างระเบิด 2 ระเบิด
คือ ระเบิดบริเวณหน้ากองสลากเก่า วันที่ 5 เมษายน
ยิ่งทำให้กรณี “ท่อพีวีซี” แตกหน้าโรงละครแห่งชาติ วันที่ 15 พฤษภาคม มากความหมาย เพราะว่าเป็น “ไอซี ไทเมอร์”เหมือนกัน เพราะว่าจากหน้ากองสลากเก่า วันที่ 5 เมษายน มาถึง หน้า โรงละครแห่งชาติ วันที่ 15 พฤษภาคม
1 วันประกาศรัฐธรรมนูญ 1 ใกล้ครบ 3 ปีรัฐประหาร
ทั้ง ทหาร ตำรวจ และกทม.จึงต้อง”ตื่นตัว”

