หน้าแรก การเมือง ทนายอั๋น ชี้ก...

ทนายอั๋น ชี้กกต. เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งความผิดสำเร็จ จ่อร้องเอาผิดนายกฯ ตั้งธรรมนัส เป็นรมต. 

24.02.26 | 13:07 น.

ทนายอั๋น ชี้ กกต.เปลี่ยนบัตรเลือกตั้งความผิดสำเร็จ จ่อร้องเอาผิดนายกฯตั้งธรรมนัส เป็น รมต. 

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ มายื่นคำร้องต่อ กกต. คัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง โดยระบุว่า วันนี้มีข่าวที่ทำให้คนไทยไม่สบายใจ คือ กกต.และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งๆ ที่เพิ่งนับไปได้แค่ 95%

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการใช้บัตรเลือกตั้งแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่าน โดยที่ใช้ใหม่นั้นไม่มีเลขต้นขั้วบัตร ซึ่งถือเป็นใบเสร็จสำคัญสะท้อนว่า กกต.ยอมรับว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.มีปัญหา แต่การไม่ใส่ซีเรียลนัมเบอร์ก็อาจจะขัดกับระเบียบ กกต. ซึ่งตอนนี้มีนักวิชาการว่า กกต.ทำผิดมหันต์ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของระเบียบ กกต.ข้อ 129 ว่าต้องใส่เครื่องป้องกันบัตรผี

แต่ กกต.ดันไม่ใส่ เพราะถ้าใส่ไปมันจะย้อนหลังกลับมาได้ว่าใครเลือกใคร แต่ก็ไม่พ้น เพราะถึงไม่ใส่ไม่ได้หมายความว่าสังคมจะไม่รู้ ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร เพราะมีคนมาตั้งกล้องถ่ายตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้ายที่มาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้ง 15 กรุงเทพมหานคร และเมื่อนำบัตรทั้ง 308 ใบที่มีบาร์โค้ดมาตรวจสอบก็พบเลขรันไปจนครบ โดยที่ไม่ต้องมีเลขต้นขั้ว เลขน้อยก็หมายถึงคนที่มาใช้สิทธิคนแรก แค่นี้ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ดิ้นไม่ออก

“กรณีเรื่องบัตร ผมก็ไม่รู้ว่าเขาไปแอบทำกันตอนไหน ทำทีโออาร์กันตอนไหนที่บัตรวันที่ 22 ก.พ. แตกต่างกับบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. กกต.ขยับเขยื้อนอะไรก็มีพิรุธไปหมด วันก่อนกลุ่มนักศึกษาเล่นมุขกันว่า สารอะไรอันตรายที่สุดในประเทศไทย เพื่อนอีกคนตอบว่าสารไซยาไนด์มั้ง บางคนบอกสารปรอท ไม่ถูกๆ สารที่อันตรายที่สุดคือ สารหนู ผมก็งง”

Advertisement

นายภัทรพงศ์กล่าวอีกว่า วันนี้ตนเองยังจะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้วินิจฉัยตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียกพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งบุคคลที่อาจจะมีความบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เรื่องคุณสมบัติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์

นอกจากนี้นายอนุทินยังพาตนเองเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขากระโดง และในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการเข้าไปรังวัดตรวจสอบ ในโลกนี้คงมีที่นี่ที่เดียวที่นายกฯถูกภาครัฐฟ้อง รวมถึงกรณีการใช้ถนนหลวงของ อบต.แห่งหนึ่งในอำเภอปากช่อง เป็นรันเวย์ขึ้นลงสนามบินส่วนตัวเอื้อผลประโยชน์ธุรกิจของตนเอง ซึ่งจะขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุให้ตนเองไปเป็นพยานในชั้นพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยตนเองจะเขียนคำร้องของภาคประชาชนแนบไปด้วย

อย่างไรก็ตามในเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ก.พ.นี้ จะไปยื่นร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งความเอาผิดกับนายแสวงและ กกต.ชุดปัจจุบัน จะเป็นพรรคพวกของกลุ่มเครือข่ายสีน้ำเงินหรือไม่ตนเองไม่สนใจ ขอประชาชนสักร้อยคนพันคนมาแจ้งความดำเนินคดี พร้อมฝากถึง ร.อ.ธรรมนัสว่า “สู้ ๆ ผมทนายอั๋นอยู่ข้างพี่” หากประกาศว่าจะสู้เป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้สกปรกชอบด้วยกฎหมายด้วย หากประกาศว่าจะล้มการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย ตนจะล่มหัวจมท้ายด้วย

เมื่อถามถึงกรณีมีผู้ไปถ่ายซูมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา หวังให้เห็นว่าใครลงคะแนนให้ใคร เข้าข่ายกระทำผิดฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ นายภัทรพงศ์กล่าวว่า การตรวจสอบการทำงานที่อาจชอบด้วยกฎหมาย เป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่จะกระทำได้ เพราะจากการตรวจสอบแล้วการเลือกตั้งเป็นความลับจริงๆ หากใครที่ถูก กกต.ดำเนินคดี ตนเองพร้อมที่จะช่วยเหลือทางคดี สำหรับการถ่ายภาพอาจจะเข้าข่ายจงใจเปิดเผยทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับนั้น ในบริบทนี้ ประชาชนต้องการพิสูจน์ทราบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเป็นวิธีการเดียวในการจะเผยแพร่ต่อสังคม

เมื่อถามว่า การเชียร์ ร.อ.ธรรมนัส คืออยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายภัทรพงศ์กล่าวว่า ใช่อยากให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และอยากบอก ร.อ.ธรรมนัสว่า ไหนๆ ก็เป็นชายชาติทหารไปอยู่ออสเตรเลีย ถ้าเขามาอ้อนเรียกไปรับประทานอาหารที่ซอยรางน้ำหรือเขากระโดง หากท่านไปก็ถือว่าไม่เป็นชายชาติทหาร อย่างไรก็ตามหากวันนี้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งก็ถือว่าไปสุด อาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการเข้าชื่อโดย ส.ส.และ ส.ว.ร้องตรงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ