หน้าแรก การเมือง จับตา กกต. ปร...

จับตา กกต. ประกาศรับรอง ส.ส. 396 เขต พรุ่งนี้ หลังมั่นใจบาร์โค้ด ไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ

24.02.26 | 18:42 น.

ลุ้น กกต. ประกาศรับรองผลเลือกตั้งส.ส.แบ่งเขตล็อตแรก พรุ่งนี้ หลังมั่นใจปมบาร์โค้ด ไม่ทำเลือกตั้งโมฆะ บัตรเลือกตั้งใหม่ใช้วิธีพิเศษจัดพิมพ์ ยันมีรหัสทุกอย่างครบ ปมบัตรเขย่งแค่หลักร้อย 50 กว่าหน่วย เล็งเอาผิดขบวนการถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต.วันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยด้านสืบสวนสอบสวนก็จะมีการเสนอรายงานผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้ที่ประชุมพิจารณาควบคู่ด้วยเพื่อให้พิจารณาว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตได้จำนวนเท่าใดจากทั้งหมดที่มี 400 เขตเลือกตั้ง

โดยจะยังคงเหลือในส่วนของบางเขตเลือกตั้ง และ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 100 คน ที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่ง กกต.ให้นโยบายกับทางสำนักงานว่า ให้ดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 1 มีนาคม และคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หรือแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ในต้นเดือนหน้า

ทั้งนี้ตามไทมไลน์การจัดการเลือกตั้งเดิม กกต.วางแผนไว้ว่าหลังจากวันเลือกตั้งแล้วคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในส่วนของเขตเลือกตั้งที่ผู้เกี่ยวข้องรวมถึง ผู้ตรวจการเลือกตั้งรายงานว่า ไม่พบการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริต เที่ยงธรรม แต่ที่ครั้งนี้จะประกาศรับรองผลเร็ว โดยประกาศในวันพรุ่งนี้ก็เนื่องจากเห็นว่า นอกจากตามรายงานของผู้เกี่ยวข้องที่ระบุมาว่า ไม่พบว่ามีการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรมแล้ว ครั้งนี้เรื่องของร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งมีไม่มากเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 และจนถึงขณะนี้จังหวัดยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ และกฎหมายเปิดโอกาสให้ กกต.ประกาศรับรองผลไปก่อนแล้วสอยภายหลังได้ โดยมีระยะเวลาดำเนินการภายใน 1 ปี

ขณะเดียวกันในประเด็นที่คิวอาร์โค้ด หรือบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า การพิจารณาของศาลจะใช้เวลาพอสมควร หากรอก็จะไม่เป็นผลดี เนื่องจากไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาบริหารบ้านเมือง อีกทั้ง กกต.ยังเชื่อมั่นว่าการที่มีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด และรหัส 9 ตัว บนในส่วนของเล่มที่ เลขที่ บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ถูกมองว่าทำให้สามารถสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นใครและลงคะแนนให้ใครนั้น ถึงวันนี้ ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ย้อนกลับไปได้อย่างที่กล่าวอ้าง การเลือกตั้งจึงยังเป็นไปโดยตรงและลับ ขณะที่การออกเสียงลงคะแนนใหม่ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ แม้จะปรากฏบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่ไม่ปรากฏรหัส 9 ตัว ที่ส่วนของต้นขั้วนั้น มีรายงานว่า กกต.ใช้เทคนิคพิเศษในการจัดพิมพ์โดยรหัสต่างๆ ยังคงมีเหมือนบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. ดังนั้นการจัดพิมพ์บัตรใหม่ดังกล่าวจึงไม่ขัดต่อระเบียบ กกต. ข้อที่ 129 จึงทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ถูกสั่งให้เป็นโมฆะ

ส่วนปัญหาบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หรือที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” นั้น จากที่สำนักงานฯได้ตรวจสอบตามรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ (ส.ส. 5/18 และ ส.ส. 5/18 บช.) พบว่า มีการเขย่งจริงอยู่ที่หลักร้อยบัตร ในกว่า 50 หน่วย โดยหลายหน่วย กกต.ได้มีการสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ และออกเสียงลงคะแนนใหม่แล้ว ประกอบกับเห็นว่าเมื่อ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้วความสนใจของสังคมก็จะเปลี่ยนไปที่การจัดตั้งรัฐบาล

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า สำนักงาน กกต.กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอ กกต.เห็นชอบให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีการซูมถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งเพื่อดูว่ามีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดหรือไม่ แล้วนำมาถอดรหัสหาความเชื่อมโยงว่าสามารถสอบย้อนกลับไปยังผู้มาใช้สิทธิที่เป็นเจ้าของบัตรเลือกตั้งนั้นได้หรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ มีการแบ่งงานกันทำ มีความตั้งใจจะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อีกทั้งยังเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ด้วย

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า กกต.จะประกาศรับรอง ส.ส.เขตทั้งหมด 396 เขต ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ถึงแม้จะมีข้อร้องเรียนในบางเขตก็ปล่อยไปก่อน เพราะยังสามารถสอบสวนข้อร้องเรียน และพิจารณาให้ใบเหลืองใบแดงหรือไม่ทีหลังก็ได้ และในสัปดาห์ต้นเดือน มี.ค.จะรับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จากนั้น ภายใน 15 วันหลังประกาศรับรอง ส.ส. 95-100% จะเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานรัฐสภา