หน้าแรก การเมือง วุฒิสภา เดินห...

วุฒิสภา เดินหน้าโหวต 2 อดีตอธิบดี เป็นกกต.ใหม่ ไม่สนเสียงค้าน ตีตกทิ้ง ญัตติขอเลื่อน

25.02.26 | 15:20 น.

วุฒิสภา เดินหน้ารับรอง 2 กกต.ใหม่ ปธ.ไม่สนเสียงค้าน ตีตกญัตติขอเลื่อน อ้างหวั่นถูกร้องปฏิบัติหน้าที่ ด้าน “สว.เทวฤทธิ์” ผิดหวัง

จากกรณีที่ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นญัตติขอให้วุฒิสภาชะลอการพิจารณาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คน ประกอบด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และ นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ที่จะเป็นการเลือกแทน นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์นั้น

ล่าสุด 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทวฤทธิ์ เผยหนังสือจากปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการวุฒิสภา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแจ้งผลการพิจารณาของประธานวุฒิสภาในเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า “ล่าสุด ผมได้รับหนังสือแจ้งว่า ประธานวุฒิสภาไม่บรรจุญัตติที่ผมขอให้ที่ประชุมวุฒิสภาชะลอการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. 2 คน ที่จะมีการประชุมวิสามัญในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ครับ ”

ด้าน นายเทวฤทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้รับแจ้งว่าประธานวุฒิสภาไม่อนุญาตให้พิจารณาญัตติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากถูกยุบสภาไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 126 กำหนดว่าในระหว่างนี้จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้เว้นแต่มีข้อยกเว้นเฉพาะกรณีสำคัญ เช่น การทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ การเรียกประชุมสมัยวิสามัญในวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์นี้ ถูกกำหนดไว้เพื่อพิจารณาแต่งตั้งบุคคลเพียง 3 ตำแหน่งเท่านั้น ได้แก่ กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน การตีความเพื่อบังคับใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญต้องกระทำโดยเคร่งครัด หากวุฒิสภารับญัตติชะลอโหวตไว้พิจารณาและลงมติ อาจนำไปสู่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญ

ทั้งนี้ ประธานวุฒิสภายังได้ชี้แจงถึงกรณีที่ผู้เสนอญัตติอ้างอิงถึงการประชุม สว. เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2566 ที่เกิดขึ้นในช่วงยุบสภาเช่นเดียวกัน ซึ่งเคยมีการบรรจุวาระขยายเวลาให้ กมธ. ตรวจสอบประวัติ ป.ป.ช. โดยระบุว่ากรณีนั้นเป็นเพียง “เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ” ไม่ใช่เรื่องที่เสนอให้ที่ประชุมพิจารณา จึงไม่อาจนำมาเทียบเคียงกันได้

นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกผิดหวังและเสียดายที่ประธานวุฒิสภาปฏิเสธญัตติดังกล่าว เพราะตนมองว่าการเสนอญัตติในครั้งนี้ไม่เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพราะ สว. ไม่ได้มีเจตนาทุจริต กลับกันมีเจตนาสุจริตแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ใจอย่างชัดแจ้งในการไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงองค์กรที่เรามีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ขณะนี้

Advertisement

แม้ตามรัฐธรรมนูญจะให้อำนาจ สว. ในการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต. แต่การให้ความเห็นชอบยังต้องมีบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่กำกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เช่น ม.114 ที่กำกับการทำหน้าที่ของ สว. จะต้องปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือหลักป้องกันการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อผลประโยชน์โดยตรงหรือโดยอ้อมไว้ในรัฐธรรมนูญ ม.185

ที่สำคัญการขอให้ชะลอให้ความเห็นชอบนี้ไม่ได้ไปตัดอำนาจของ สว. เพราะเมื่อคดีพ้นมือ กกต. ไปแล้ว สว. เองก็ยังมีอำนาจเต็มที่จะนำวาระการให้ความเห็นชอบมาพิจารณาได้อย่างชอบธรรมและสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในการทำงาน ความเชื่อมั่นนั้นก็จะส่งผลต่อผู้ที่ผ่านการให้ความเห็นชอบไปด้วย กลับกันหากเดินหน้าต่อด้วยสภาวะเช่นเดียวกันไม่เพียง กกต. จะได้รับผลกระทบอย่างที่กล่าวถึงในประการที่สองข้างต้น หากแคนดิเดตไม่ผ่านความเห็นชอบของ สว. ด้วยสภาวะเช่นนี้ก็จะไม่เป็นธรรมแก่ตัวแคนดิเดทที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหามาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีแคนดิเดตที่ผ่านความเห็นชอบของกรรมการสรรหาแต่กลับถูก สว. ตีตกไปก็มีมาแล้วหลายคน

นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบัน กกต. เองเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในการทำงาน การที่ ส.ว. ที่อาจถูกมองว่ามีส่วนได้เสียยังเดินหน้าเห็นชอบ กกต. เข้าไปเพิ่มเติม จากที่ก่อนหน้านี้เห็นชอบไปแล้ว 3 คน จะยิ่งทำให้ กกต. เสียงข้างมากมาจาก ส.ว. ชุดปัจจุบัน ส่งผลต่อสถานการณ์ความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนในการทำงานของ กกต. ที่จะต้องดำเนินต่อไปอีก 7 ปีด้วย ทั้งนี้การชะลอไม่ทำให้ กกต. เกิดสุญญากาศเพราะ 2 คนที่ครบวาระยังอายุไม่ถึง 70 ปีและยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีผู้ได้รับแต่งตั้งเข้ามาแทน