แบ่งเก้าอี้ รมต.ตามสูตร “ภูมิใจไทย” 19 ที่นั่ง คุม บังเหียน 14 กระทรวง แบ่งเค้ก “เพื่อไทย” 8 ที่นั่ง ที่เหลือให้ “พปชร.-พรรคเล็ก” รอลุ้น คนนอกคุมกระทรวงปืนใหญ่
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีรายงานข่าวถึงความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลล่าสุด โดยเริ่มเห็นเค้าลางการแบ่งโควต้าคร่าวๆ เป็นโควต้านายกรัฐมนตรี 5 คน ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และเก้าอี้ของกระทรวงกลาโหม ที่ยังรอพิจารณาบุคคลความเหมาะสม
ขณะที่ โควต้าของพรรคภูมิใจไทยมีทั้งหมด 19 ตำแหน่ง เบื้องต้นจะมีกระทรวงที่อยู่ในความดูแลของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักนายกรัฐมนตรี
โดยผู้ที่จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่เป็นกลุ่มบ้านใหญ่ย้ายเข้ามา ซึ่งรอระบุกระทรวง หลังจากคุยเรื่องโควต้ากับพรรคร่วมรัฐบาลเสร็จแล้ว
ส่วนพรรคเพื่อไทยได้โควต้า 8 ที่นั่ง คาดว่าจะได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน โดยมีชื่อของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ขณะที่อีก 3 เก้าอี้ที่เหลือจะเป็นโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเล็กอื่นๆ ที่คาดว่าจะได้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

