เพชรบูรณ์ นับคะแนนใหม่ ยอดบัตรตรงผู้ใช้สิทธิ-ไม่กระทบผลเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ จ.เพชรบูรณ์ กกต.เพชรบูรณ์ จัดให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.นายม อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ที่ห้องประชุม อบจ.เพชรบูรณ์ และหน่วยเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 ต.หนองไผ่ อ.หนองไผ่ ที่หอประชุมอำเภอชนแดน
สำหรับการนับคะแนนใหม่ ที่ห้องประชุม อบจ.เพชรบูรณ์ เป็นการนับคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.นายม มีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วมสังเกตการณ์ ได้แก่ นายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร อดีตผู้สมัคร ส.ส. และตัวแทนพรรคประชาชน, นายกฤษณพงศ์ สอนน้อย อดีตผู้สมัคร ส.ส.และตัวแทนพรรคเศรษฐกิจไทย รวมทั้งประชาชนในเขต ต.นายม ประมาณ 50 คน

นอกจากนี้มี น.ส.พูนศรี สุขเสวก ผอ.กกต.เพชรบูรณ์, นายปกรณ์ ตั้งใจตรง ประธาน กกต.เขตเลือกตั้งที่ 1 และนายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ร่วมกำกับดูแลการนับคะแนนใหม่
ผลการนับคะแนนใหม่ใช้ระยะเวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที ปรากฏว่ามีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 404 คน บัตรดี 370 ใบ บัตรเสีย 27 ใบ และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 7 ใบ รวมจำนวนบัตรที่ใช้ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ และตรงผลคะแนนของ 57 พรรคการเมือง รวมทั้งตรงกับจำนวนบัตรผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด 404 คน
นายปกรณ์ชี้แจงสาเหตุที่ทำให้ผลการนับคะแนนเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เกิดความคลาดเคลื่อนว่า เกิดความคลาดเคลื่อน โดยหมายเลข 1 พรรคไทยทรัพย์ทวี นับใหม่ได้ 24 คะแนน จากเดิม 25 คะแนน, หมายเลข 42 พรรคกล้าธรรม นับใหม่ได้ 58 คะแนน จากเดิม 59 คะแนน และบัตรเสียนับใหม่ได้ 27 ใบ จากเดิม 26 ใบ

“สรุปการนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ จำนวนผู้ใช้สิทธิทั้งหมดตรงกับผลรวมบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน” นายปกรณ์กล่าว
ด้าน น.ส.พูนศรีกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ กกต.มีคำสั่งนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อใหม่ใน 2 หน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากการนับคะแนนครั้งแรกพบข้อผิดพลาดทั้ง 2 หน่วยคล้ายกัน โดยคะแนนมากกว่าจำนวนบัตรที่ใช้ไป 1 คะแนน
“การดำเนินการนับคะแนนใหม่ทั้ง 2 หน่วยไม่มีผลกระทบต่อนัยสำคัญของคะแนนรวม และไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งแต่อย่างใด” น.ส.พูนศรีกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ 2 อดีตผู้สมัคร ส.ส.และตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนนใหม่ต่างไม่ติดใจกับการนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้




