ว่าที่ส.ส. ขอชื่นชมกองทัพ ‘ออกระเบียบฝึกทหาร’ บอกดีเทลยิบ ห้ามลงโทษแบบไหน – แนะใช้เทียบ แยกเคสทรมาน แง้มร่างพ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร คือฉบับแรกๆ ที่พรรคปชน. เล็งยื่นเข้าสภาฯ
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ห้องแคทลียา 1 – 2 โรงแรมรามาการ์เดนส์ ถนนวิภาวดีรังสิต มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย ขอเชิญร่วมงาน “3 ปีแห่งความท้าทาย: พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ” เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปี การบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
บรรยากาศภายในงาน มีกิจกรรม Survivors’ Voices: ร่วมรับฟังเสียงของผู้ได้รับผลกระทบจากการทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้ายฯ และการบังคับสูญหาย, rChallenges: นิทรรศการว่าด้วยความท้าทายในการใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดย CrCF และ Hope: มองไปข้างหน้าถึงอนาคตของการใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โดยเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเวทีเสวนาตลอดทั้งวัน เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะในการบังคับใช้ พ.ร.บ.ทรมานฯ
ในช่วงหนึ่ง นาวาโท ดร.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ว่าที่สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่) และอดีตที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นว่า ตนมี 1 ข้อแลกเลี่ยน และ 1 ข้อเสนอแนะ
ข้อแลกเปลี่ยนอันดับแรกคือ เรื่อง ‘คดีที่เกี่ยวข้องกับทหารเป็นผู้กระทำความผิด’ ซึ่งตอนนี้เรามี 2 คดีแล้ว ที่ทหารไปขึ้นศาลพลเรือน แต่ยังมีปัญหาอยู่ในเรื่อง การขัดกันของกฎหมาย 2 ฉบับ คือ 1.พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ ที่คดีในลักษณะนี้จะไปขึ้นกับขอบเขต อำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กับอีกฉบับคือ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร
ซึ่งในคดีของ พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต (ถูกครูฝึกสั่งลงโทษ) ตัวจำเลยไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าคดีนี้ควรจะอยู่ในขอบเขตอำนาจศาลทหาร แต่ปรากฎว่าเมื่อพิจารณาแล้ว ไปอยู่ในขอบเขตอำนาจศาลอาญาทุจริตฯ ดังนั้น ตอนนี้แนวทางปฏิบัติจริงๆ ถ้ามีการร้องเช่นนี้อีก ก็ควรจะต้องพิจารณาใหม่อีกรอบ
“การจะแก้ปัญหานี้ แนวทางคือ ต้องไปแก้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ซึ่งในสภาชุดที่แล้วเรามีความพยายามในการแก้ เรื่องนี้ต้องขออนุญาตฝากถามไปยังทางกองทัพบกด้วย เพราะว่า กมธ.วิสามัญในสัดส่วนของกองทัพบก ‘วีโต้’ ว่าคดีลักษณะนี้ไปขึ้นกับศาลอาญาทุจริต โดยให้เหตุผลของเขาไป มติออกมาคือ คดีลักษณะนี้ไม่มีการระบุชัดเจน ว่าจะไปขึ้นศาลไหน
ในการแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับนี้ (ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ) ไม่ได้ผ่านสภา เพราะดันยุบสภาเสียก่อน ซึ่งจะเป็น พ.ร.บ.ฉบับแรกๆ ที่ทางพรรคประชาชน จะยื่นเสนอต่อสภาฯ ให้ต้องมีการพิจารณากันใหม่ ขอความกรุณากองทัพบกในเรื่องนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย” นาวาโท ดร.กิตติพงษ์ กล่าว

จากนั้น น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวถึงข้อเสนอที่ น.ส.พรพิมล มุกขุนทด ทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงเรื่อง ‘การตีความ เรื่องการกระทำที่โหดร้าย’ จะมีแนวทางพิจารณาอย่างไร ซึ่งตอนนี้ทาง กองทัพบก หรือกองทัพในภาพรวม ได้จัดทำข้อปฏิบัติหรือระเบียบออกมาแล้ว ซึ่งดีมาก
“ต้องขอชื่นชม ที่มีความพยายามในเรื่องนี้อย่างมาก ในการพยายามป้องกันเหตุ โดยระเบียบเหล่านี้จะบอกว่า การลงโทษทางวินัยสามารถทำได้อย่างไรบ้าง 1 2 3 4
ในการฝึก มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ซึ่งระบุถึงขนาดว่า ฝึกได้นานเท่าไหร่ ภายใต้อุณหภูมิเท่าไหร่ ต้องดื่มน้ำทุกกี่ชั่วโมง ระบุได้อย่างละเอียดมาก” น.ท.กิตติพงษ์กล่าว และว่า
ขอเสนอแนะของผมคือ เราสามารถเอาระบบเหล่านี้มาเป็นคู่มือ เพื่อเทียบได้ สำหรับหน่วยงานด้านความยุติธรรม เช่น อัยการ ใช้ในการพิจรณา กล่าวคือ การลงโทษทางวินัย หรือการฝึกที่นอกเหนือจากระเบียบนี้ ให้ถือว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย หรือ ซ้อมทรมาน ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพราะอ้างอิงถึงระเบียบภายในของกองทัพเอง”


