‘วิโรจน์’ แนะท่าทีรัฐอย่าผลีผลามหลังสหรัฐบุกอิหร่าน แซว เกลี่ยสัดส่วนขี้แมวให้ 3 ตัวแบก ครม. 300 เสียงไม่ง่าย บ้านใหญ่อาจแข็งเมือง อ่านเกม ผู้กองต้องการร่วม
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์โลกที่สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลบุกโจมตีอิหร่าน ว่า ต้องยอมรับว่าการปฏิบัติการทางทหารสหรัฐในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ค่อนข้างมีความเด็ดขาดทุกครั้ง ทั้งปฏิบัติการทางการทหาร หรือสงครามการค้า (Trade war) ไทยเราน่าจะต้องวางบทบาทท่าทีให้เหมาะสม โดยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักการสากล มีความจำเป็นที่ต้องละเอียดรอบคอบอย่างมาก คือไม่ใช่ว่ากลัวเสียจนทำลายหลักการสากล และไม่สนใจกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ผลีผลามที่จะไปเลือกข้างว่าใครถูกใครผิด
นายวิโรจน์กล่าวว่า แต่ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาลก็อย่างที่รู้กันว่า เป็นระบบโควต้า ใช้บริการของ 3 ทหารเสือเป็นฉากหน้า คือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นอกนั้นก็เป็นระบบเหมือนเดิม คือขอเรียกว่าเกลี่ยสัดส่วนขี้แมวแล้วกัน มาจัดสรรให้ทั้ง 3 คน แบกภาระหน้าฉากไป ส่วนหลังฉากจัดสรรตามโควต้ามุ้ง ไม่ได้จัดสรรคนจากความรู้ความสามารถ ซึ่งใครๆ ก็มักบอกว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่มีปัญหา แต่ตนว่า พรรค ภท.ก็มีปัญหา โดยภูมิใจไทยแท้ๆ มีประมาณ 70 คน อีกร้อยกว่าคน ดูดเอามุ้งการเมืองต่างๆ เข้ามารวม ในใจอาจไม่ได้สีน้ำเงิน แต่ว่าใส่แจ๊กเก็ตสีน้ำเงินเท่านั้นเอง ภูมิใจใหม่ ก็น่าจะต้องพยายามต่อรองภูมิใจแท้ สุดท้ายหน้าตา ครม.หากตัดสัดส่วนขี้แมว 3 คน ออกไป โดย ครม. 35 คน แต่มีแค่ 3 คนเป็นความหวัง ถ้าเป็นทีมฟุตบอล ก็เหมือนทั้งทีมมีแค่ 3 คน เป็นตัวชูโรง บาดเจ็บไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อถามว่า พรรค ภท.ตอนนี้ ใครๆ ก็รู้มีแบ๊กอัพและโค้ชดี ไหนจะเสียงในสภาก็ปึ้กเกือบสามร้อยเสียงบวกลบ ในสภาจะทำงานง่าย อยู่ราบรื่นครบ 4 ปี เลยหรือไม่ นายวิโรจน์ตอบว่า ถ้าเป็นยุคภูมิใจไทยแท้ๆ ที่มี 70 กว่าเสียง แบบนั้นทำงานง่ายจริงๆ เพราะทั้งหมดทั้งมวลเขาอยู่ภายใต้การควบคุมของปราสาทสายฟ้า เขาเหิมเกริมไม่ได้ ถ้าถูกตัดท่อน้ำเลี้ยงก็อาจจะจบ แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างน้อยร้อยกว่าคนเขาพึ่งพาทรัพยากรตัวเองเป็นหนึ่งในตองอูในพื้นที่บ้านใหญ่เหมือนกัน จึงไม่รู้รอบนี้ใครพึ่งใคร เขาจึงมีอำนาจต่อรอง เป็นเมืองประเทศราช มีกองกำลังทหารของตนเองเหมือนกัน คือพร้อมส่งบรรณาการให้ แต่จะต้องได้อะไรมาบ้าง เช่น เขาต้องการได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองประเทศราชต่างๆ ถ้าไม่ได้ตามนั้นเขาก็อาจจะแข็งเมืองก็ได้
“ในระยะสั้นขี้ใหม่หมาหอม ไม่มีปัญหาหรอก แต่ระยะยาวขี้เก่าหมาแมว แล้วหมาก็อาจจะมีเอาขาหลังเขี่ยแล้ว เพราะขี้เก่ามันไม่ได้หอมเหมือนเดิม 300 เสียงก็อาจจะไม่ง่ายเหมือนที่คิด” นายวิโรจน์กล่าว
เมื่อถามว่า ข่าวเรื่อง รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มีแนวโน้มได้เป็นฝ่ายค้านกับพรรค ปชน. จะทำให้ฝ่ายค้านแข็งแกร่งขึ้น จนรัฐบาล ภท.อยู่ยากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ต้องอ่านเกม ร.อ.ธรรมนัส ให้ออก เขาไม่ต้องการล้มรัฐบาล เขาเป็นเหมือนกิ๊กที่อยากจะชิงบ้านจากเมียหลวง เขาจะไปทำร้ายตัวผู้ชายทำไม เขาต้องการทิ่มพวกเมียหลวงซะ เพื่อให้ผู้ชายพาเขาเข้าบ้าน การจะบอกว่า ร.อ.ธรรมนัส มาเป็นฝ่ายค้านแล้วจะทำให้ทางฝ่ายนายอนุทินจะอันตรายนั้นไม่ใช่เลย เพราะตนคิดว่า อันตรายทั้งสองฝั่ง คือฝ่ายค้านจะเชื่อข้อมูลทั้งหมดไม่ได้ จริงหรือไม่ อาจจะเอาข้อมูลจริงบ้างไม่จริงบ้างมาให้ฝ่ายค้านโดนนายอนุทินฟ้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือไม่ก็สู้ไปสู้มาสู้ไม่สุด พอนายอนุทินยาหอม ก็ถอนแล้ว เพราะเขาต้องการร่วมรัฐบาล เขาไม่ต้องการล้มรัฐบาล ถูกหรือไม่ ต้องอ่านวัตถุประสงค์ให้ออก คนที่อยากร่วมรัฐบาลมันจะรบให้สุดไม่ได้ ต้องรบเพื่อเจรจา
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าที่มีข่าวเรื่องการหยิบเรื่องเลือกตั้งโมฆะขึ้นมาขู่ อาจไม่ได้จะล้มรัฐบาลจริงๆ นายวิโรจน์กล่าวว่า พอนายอนุทินแต่งทูตมาก็เสียงอ่อนแล้ว และอย่าลืมว่าทั้งคู่ทำงานภายใต้ใบอนุญาตใบที่ 2 ของกลุ่มจารีต ถ้ากลุ่มจารีตสั่งมาแล้ว จะกล้าเสียงแข็งหรือ

