หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส.เร็ว ทำให้ตั้งรัฐบาลได้เร็ว มีเรื่องเร่งด่วนอะไรบ้างที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการ และหากตั้งรัฐบาลเร็วจะมีความเสี่ยงอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะหากศาลตัดสินว่าการเลือกตั้งมีปัญหา จะส่งผลกระทบและความเสียหายอย่างไร

โอฬาร ถิ่นบางเตียว
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
กกต.รับรองผลการเลือกตั้งเร็วผิดปกติ โดยหลักการถือว่าเป็นอำนาจของ กกต.อยู่แล้ว แต่รับรองเร็วเป็นการเพิ่มความแคลงใจให้กับประชาชนเพิ่มมากขึ้นไปอีก อาทิ เรื่องบัตรเขย่งแล้วมาเท่ากัน การร้องเรียนคิวอาร์โค้ดยังมีปัญหา บวกกับการไล่ฟ้องประชาชน กระบวนแบบนี้ทำให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยเท่าทวีคูณ การที่รับรองผลการเลือกตั้งเร็ว อาจมองได้ว่ามีประสิทธิภาพ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจ ทำให้องค์กรอิสระอย่าง กกต.เสียหายมากที่สุดในเวลานี้
ต้องยอมรับว่าการได้มาของ กกต.นั้นผิดมาตั้งแต่ต้น หากมาดู กกต.ทั้ง 7 คน แต่ละคนเป็นข้าราชการเกษียณทั้งหมดเลย รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้วางมาตรฐานเอาไว้ เพื่อเปิดทางให้ข้าราชการเกษียณว่างงาน ที่สำคัญคนเหล่านี้ไม่มีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง มีการตั้งมาตรฐานไว้สูง อาทิ อธิบดี ปลัดกระทรวง ศาสตราจารย์ ผู้บริหารระดับสูง ความเป็นจริงการตั้ง กกต.รัฐธรรมนูญควรกำหนดเอาไว้คือ คนมีประสบการณ์เกี่ยวกับการส่งเสริมประชาธิปไตย การส่งเสริมพรรคการเมือง การส่งเสริมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายเลือกตั้ง อาจกล่าวง่ายๆ คือเลือกคนให้ถูกกับงาน แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่
รัฐธรรมนูญในอดีตอยากได้คนแบบที่กล่าวมาคือ คนมีความรู้ คนต้องการแก้ปัญหาในการจัดการเลือกตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 เอาข้าราชการเกษียณมีคุณภาพสูง แต่ปัจจุบันคนนั่งตำแหน่ง กกต.อาจกล่าวได้ว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทำให้กลายเป็นภาระของข้าราชการประจำ กกต.เป็นองค์กรอิสระทำงานแบบระบบราชการ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในการจัดการเลือกตั้ง ทำให้การทำงานไปคนละทิศละทาง เพราะไม่รู้เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งจึงเป็นภาระพวกข้าราชการประจำ วิธีทำงานก็ช้าไม่ตอบสนอง เน้นการใช้กฎหมาย หากมองไปแล้วถือว่าดีในหลักการ แต่การบริหารการเลือกตั้ง จะต้องผสมผสานกับหลักรัฐศาสตร์ด้วย หากยังมีพฤติกรรมว่าใครเห็นต่างเป็นถูกฟ้อง ถือว่าเป็นวิธีการไม่ถูกต้อง
แต่การฟ้องนั้นฟ้องได้ เพราะมีกฎหมายว่าด้วยใครไปขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์โปร่งใส ไม่เที่ยงธรรม กกต.ก็มีอำนาจ แต่ต้องไปดูด้วยว่า กกต.มีความชอบธรรมหรือไม่ เพราะตอนนี้หลายคนมองว่า กกต.ใช้อำนาจในการปกป้องตัวเอง แต่ไม่ใช้ดุลพินิจให้ชัดเจนว่า อำนาจนั้นสมควรจะใช้แบบใดบ้าง กกต.ทำงานบนหลักนิติศาสตร์อย่างเดียว ไม่ใช้ดุลพินิจให้ดีว่าเรื่องนี้ประชาชนมีเจตนาอย่างไร มีการขัดขวางหรือไม่ หรือต้องการให้การเลือกตั้งนั้นมีความโปร่งใสยุติธรรม
ส่วนกรณี กกต.ถูกร้องเรียนและศาลตัดสินว่าผิดนั้น ทุกคนรู้กระบวนการต้นน้ำมีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง ส่วนกลางน้ำมีการจัดการไร้ประสิทธิภาพ และปลายน้ำก็รู้อยู่แล้วว่าจะไม่เป็นโมฆะ ตอนนี้ประเทศเป็นแบบนี้ ประเมินว่าสุดท้ายแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นโมฆะ
ในอดีตมีการดำเนินคดีกับ กกต.ถึงขั้นถูกพิพากษาให้จำคุก มีผลกระทบต่อการตัดสินใจกับ กกต.หรือไม่นั้น ตนว่าไม่มี เพราะโครงสร้างทางการเมืองต่างกันกกต.มีการประเมินแล้วว่า อย่างไรก็ตาม จะต้องรอดจากคดีความทั้งหมด เพราะหากเปรียบเทียบกับบรรยากาศ โครงสร้างทางการเมืองต่างกัน อาจจะมีอะไรหนุนหลังอยู่
การจัดการเลือกตั้ง กกต.ในอนาคต หวังว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากกำหนดการได้มาของ กกต.ให้สอดคล้องกับภารกิจ คนจะมาเป็น กกต.จะต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ มีความตั้งใจในการมีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้ง คือต้องไม่กำหนดว่าเป็นใครก็ได้มีตำแหน่งสูงๆ ไม่เห็นด้วย อยากให้กำหนดคุณสมบัติ ไม่ต้องมีความรู้สูงมาก แต่มีประสบการณ์ตรง สื่อมวลชนมีความสามารถทำงานสร้างความเรียนรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คนที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อดีตนักการเมือง และมีเจตนาอยากให้การเลือกตั้งโปร่งใส ยุติธรรม โดยเลือกคนให้ถูกกับงานคือ “Put the right man on the right job.”
ส่วนการเลือก กกต. 7 คนให้มาทำหน้าที่เลือกตั้งในอนาคต ควรกำหนดคุณสมบัติคนรู้เรื่องการเมือง คนรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งระดับชาติ คนรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น คนรู้เกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง คนที่ต้องสร้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเมือง สื่อสารมวลชน และสื่อสารสาธารณะ ในอดีต กกต.มีการแบ่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน และแบ่งความรับผิดชอบ ปัจจุบันไม่มี กล่าวง่ายๆ แต่ละคนไม่มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ไม่รู้เรื่องพรรคการเมือง เมื่อดูไปแล้ว การจัดการเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ทำลับๆ ล่อๆ ทั้งที่มีสถานที่มากมายพร้อม มีทั้งติดแอร์ มีกล้องวงจรปิด มีไฟฟ้าส่องสว่าง แต่ไม่เอาไปไว้ในจุดนั้น
สำหรับ กกต. อย่างไรก็ตามยังต้องมีอยู่ แต่ต้องเป็นองค์กรอิสระจริงๆ การทำงานไม่ใช่ใช้ระบบราชการแบบนี้ ตัวองค์กร วิธีการทำงานจะต้องปรับ เพราะปัจจุบัน กกต.ทำงานแบบอีเวนต์ คือทำเฉพาะฤดูการเลือกตั้ง ในความเป็นจริง กกต.จะต้องทำงานตลอด ต้องสะท้อนความเป็นจริง ดูแล้วมีหลายโครงการไม่เหมาะสม อาทิ โครงการลูกเสือ กกต. เพราะไม่สามารถช่วยอะไรการเลือกตั้งได้เลย เป็นการถลุงงบประมาณมากกว่า หากจะให้กลับไปกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นกระทรวงอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐบาล แต่อยากให้การได้มาของ กกต.ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาจจะต้องใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเลือกตั้งมาปรับใช้ด้วย

สุดเขต สกุลทอง
วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
หลัง กกต.ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง คาดการณ์ว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศไทยเร็วกว่าขึ้นภายในเดือนเมษายน 2569 นี้ ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเข้ามาดำเนินการทันทีคือเรื่องเศรษฐกิจหนักหน่วงขึ้น จากผลกระทบเกิดขึ้นทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งปัญหาการส่งออกจากเงินบาทแข็งค่า
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาภายในเป็นประเด็นท้าทายคือเรื่องภัยธรรมชาติและน้ำท่วม เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ปัญหาและสั่งการได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ส่วนปัญหาความมั่นคงและการสู่รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็มีผลต่อความเชื่อมั่น แม้การสู่รบของไทยจะยืนหยัดได้ยาวนานหลายเดือน แต่ข่าวสารออกไปทางโซเชียลมีเดียก็ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอยู่มาก ขณะที่ฝ่ายไทยเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางการทูตเป็นหลัก
หากศาลตัดสินให้การเลือกตั้งมีปัญหาและกลายเป็นโมฆะ นอกจากจะต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งใหม่ อาจจะมากกว่าการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาที่ใช้งบในการดำเนินการไปกว่า 2,000 ล้านบาท เพราะต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเหมือนบัตรเลือกตั้งเดิม แต่ต้องจ่ายมากกว่าการพิมพ์บัตรเลือกตั้งคือ ค่าจ้าง กกต.และ กปน. และค่าบริหารจัดการต่างๆ ต้องดำเนินการใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกันหากต้องจัดการเลือกตั้งใหม่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตาของต่างชาติ เพราะไทยเป็นประเทศประชาธิปไตยแต่การจัดเลือกตั้งกลับมีปัญหาข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส
รวมทั้งยังส่งผลกระทบทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลรักษาการ ดีไม่ดีการเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง ผลการเลือกตั้งอาจเปลี่ยนแปลง พรรคการเมืองได้อันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอาจไม่ได้ ส.ส.ตามเป้าหมาย

อรรถ นันทจักร์
นักวิชาการอิสระ
ภายหลัง กกต.ประกาศรับรอง ส.ส. มี ส.ส.ทยอยเข้ารับตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง หลายฝ่ายจับตามองว่าเป็นการประกาศรับรองเร็วไปหรือไม่ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงกรณีพบความไม่โปร่งใสในวันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในหลายหน่วย รวมถึงความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ กปน.ในหลายพื้นที่ หากจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว สิ่งที่รัฐบาลใหม่จะต้องเร่งดำเนินการก็คือ การเร่งจัดการปัญหาภายใน ปัญหาเพื่อนบ้าน จะต้องทำเป็นนโยบายให้เสร็จ และ 2 ถือเป็นงานใหญ่คือต้องเคลียร์กระบวนการ เคลียร์ภาพลักษณ์ของรัฐบาลให้ดี เพราะอย่างน้อยที่สุดเราต้องสังเกตดูคือคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นเด็กของบ้านใหญ่ คนใกล้ชิด เจ้าของพรรคการเมือง คนเหล่านั้นจะต้องขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี คนรุ่นแรกๆ สนับสนุนพรรค แต่ไม่ถูกแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ตรงนั้นคืออีกหนึ่งปัญหาใหญ่กำลังจะตามมา อาจส่งผลให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ อย่าลืมว่าคนพวกนี้มีความเก๋า สำคัญคือว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว มาเป็น 10-30 คน แค่แรงกระเพื่อมเล็กๆ ก็อาจส่งผลถึงกระบวนการการยกมือ ก็สามารถเปลี่ยนทิศทางการเมืองได้เลย
หากพูดถึง 292 เสียง ตัวเลขตรงนี้หากนับแล้วก็ถือว่าพอ แต่การคุมตัวเลขไม่สำคัญเท่า วันนี้เราคุมหัวแต่ละสายร่วมทำสงครามมาด้วยกันและชนะมาด้วยกันได้มากน้อยแค่ไหน รัฐบาลต้องดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีซะก่อน จึงก่อให้เกิดการต้องปล่อยคนบางกลุ่มไว้ข้างหลัง
แต่ที่สำคัญต้องรีบร้อน เพราะกระบวนการเหล่านี้อย่าลืมว่ายังมีปัญหาหมักหมมมาโดยตลอด ตั้งแต่การการเลือกตั้ง ปัญหาเรื่องกฎหมายพูดกันว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ เหล่านี้ต้องรอให้เคลียร์กระบวนการก่อนค่อยรับรองผลกันเลือกตั้งและตั้งรัฐบาลก็ยังได้
หากศาลตัดสินว่าการเลือกตั้งมีปัญหา ก็จะก่อให้เกิดการเลือกตั้งใหม่แต่จะเอาเงินมาจากไหน ทาง กกต.ต้องหาคนมารับผิดชอบ เพราะกระบวนการตรงนี้เกิดจากปัญหาของคนการเมืองเข้าไปทำให้กระบวนการเหล่านี้เกิดความผิดพลาด ใช่หรือไม่ หรือเป็นความผิดพลาดของผู้ดำเนินการเลือกตั้งคือ กกต. ตรงนี้ต้องเคลียร์ให้ได้ว่าปัญหาเกิดจากอะไร และท้ายที่สุดคนทำให้เกิดความเสียหายใครต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าจะใช้แต่เงินหลวงอย่างเดียว จะก่อให้เกิดวิกฤตความไม่เชื่อมั่นและหมดศรัทธาทางการเมือง

ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
คิดว่าปัญหาตอนนี้คือการมีความไม่ชอบธรรมสูงมาก ยิ่งตั้งรัฐบาลเร็ว ถ้าสมมุติมีข้อครหาเรื่องครรลองการเข้าสู่อำนาจต่างๆ กกต.ถูกตั้งคำถามเยอะขึ้น คิดว่าจะส่งผลต่อแนวนโยบายต่างๆ ส่วนตัวเชี่ยวชาญเรื่องต่างประเทศ มองว่าความชอบธรรมภายในประเทศมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเวลาพูดอะไรในเวทีนานาชาติ บ้านเราถูกตั้งคำถามเยอะขนาดไหน น้ำหนักและความหนักแน่นในการพูดคุยอะเจนดากับต่างประเทศ กับสื่อ กับสำนักข่าว ในการผลักดันวาระต่างๆ ของประเทศเราเพื่อผลประโยชน์ของชาติ ทำได้อย่างไม่หนักแน่นเท่าที่ควร นี่คือสิ่งกังวลมาก
ไหนจะภาวะโลกมีความโกลาหลขนาดนี้ ฉันทมติของประชาชนในประเทศไทยคืออะไร จะทำให้เราไปบอกกล่าวบนเวทีนานาชาติได้คืออะไร มีความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง
ก่อนหน้านี้ ในช่วงวันแรกหลังการเลือกตั้ง คิดว่าเรามีความชอบธรรมอย่างมาก ผลคะแนนออกมาอย่างนั้น แต่เมื่อมีการตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสเกิดขึ้นมากจนทุกวันนี้หลังนับผลคะแนนที่จังหวัดสุพรรณบุรีออกมา ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าผลการเลือกตั้งจริงๆ แล้วเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ละพรรคได้คะแนนเท่าไหร่กันแน่ ตรงนี้จะบ่งบอกได้ว่าประชาชนต้องการให้ประเทศชาติทำอย่างไร แอ๊กชั่นอย่างไรในเวทีนานาชาติ
ตอนนี้ ถ้านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปบ่งบอกบนเวทีนานาชาติว่าประเทศไทยต้องการอย่างนี้ แน่ใจหรือไม่ว่าประชาชนคนไทยต้องการอย่างนี้จริงๆ หรือไม่ National Interest (ผลประโยชน์ของประเทศ) คืออะไร อยากให้แยกกันระหว่าง State Interest กับ National Interest ผลประโยชน์ของรัฐกับผลประโยชน์ของประเทศไม่เหมือนกัน
ผลประโยชน์ของประเทศคือรวมทุกคน ตัวละครต่างๆ ในที่สุดแล้วเราอยากจะเห็นประเทศไทยมีความสง่างาม มีความต้องการอะไรในเวทีนานาชาติ ตรงนี้ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมามันไม่เคลียร์ คือถ้าประกาศผลเร็วไป รับรองเร็วไป ตั้งรัฐบาลเร็วไป เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่จะไปบอกกับนานาชาติเวลาไปประชุมเป็นเจตจำนงของประชาชนจริงหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ยังมีคำถามเยอะมาก
รอบที่แล้วขนาดเป็น Minority Government (รัฐบาลเสียงข้างน้อย) อย่างน้อยผ่านครรลองรัฐสภาและทุกคนยอมรับในผลได้ ยุคเศรษฐา ทวีสิน ยุคอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร อย่างน้อยก็เป็นกลไกสภา มีกฎจับต้องได้อยู่ทั้งที่กฎนั้นไม่แฟร์ก็ตาม แต่นี่เรากำลังพูดถึงการ Ignore (เพิกเฉย) กฎไปเลย Ignore ครรลองต่างๆ แค่เพื่อตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยวิธีใดก็ตาม นี่เป็นเรื่องใหญ่มากๆ
ถามว่าสิ่งใดรัฐบาลใหม่ควรทำเป็นอย่างแรกเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วนั้น ส่วนตัวยังไม่อยากไปถึงจุดนั้น ไม่รู้ว่าจะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไรด้วยซ้ำ แต่ถ้าถึงแล้ว รัฐบาลชุดนี้จะไม่มีฮันนีมูนพีเรียด นี่คือข้อเสียอย่างมาก เริ่มต้นวันแรกก็น่าจะโดนตั้งคำถามอย่างมากในเรื่องความชอบธรรมของการเข้าสู่อำนาจ
ที่ผ่านมา รัฐบาลมีฮันมูนพีเรียดหมดเลย ทั้งรัฐบาลเศรษฐารัฐบาลอุ๊งอิ๊ง ยังพอมีช่วงเวลาให้หายใจ แต่ครั้งนี้เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ส.ส.ทุกคนจะเข้าไปรายงานตัวหรือไม่ เป็นคำถามใหญ่ว่าประชาชนจะยอมรับในผลเลือกตั้งครั้งนี้มากขนาดไหน และตอนนี้เหมือนเป็นการถกเถียงกัน เป็นความพยายามปิดเกมให้เร็วจากฝั่ง กกต. รับรองให้เร็วกับการตรวจสอบ การยื้อของประชาชน ถ้ามีการลงถนนยืดเยื้อ ผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ นี่เป็นเรื่องใหญ่มากๆ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่ารัฐบาลชนะท่วมท้น และจะมีเสถียรภาพ ส่วนตัวไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เพราะความชอบธรรมตอนนี้ต้องดูวันต่อวันจริงๆ ว่าสถานการณ์จะพัฒนาไปอย่างไรบ้าง

