‘นายกฯ’ ยันไทยเป็นกลาง ปมสู้รบตะวันออกกลาง วอนใช้การทูตยุติขัดแย้ง สั่ง 6 กระทรวง ออกมาตรการลดผลกระทบเศรษฐกิจ-มั่นคง ย้ำปม ‘ไทย-กัมพูชา’ ไม่เจรจาเปิดด่าน
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางว่า จับตาสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้ทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการคลัง เตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ในประเทศที่มีปัญหา โดยวันที่2 มี.ค.นี้ จะเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือ อำนวยและความสะดวกให้เร็วที่สุด ไม่ต้องกังวลในเรื่องการอพยพ โดยผู้บัญชาการทหารอากาศรายงานตนตลอดเวลาถึงความพร้อม ตอนนี้อยู่ที่ว่าเราจะต้องเร่งประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยให้ครบหรือมากที่สุดก่อน แล้วประสานงานให้ไปรับเขาในจุดที่ปลอดภัย ซึ่งมีการร่วมงานกันกับกระทรวงต่างประเทศด้วย รัฐบาลด้วย รวมทั้งกองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า ประเทศไทยควรวางตัวแบบไหน นายกฯกล่าวว่า เราต้องวางตัวให้เป็นกลางให้มากที่สุด แต่ต้องห่วงใยในสถานการณ์ เพราะเรามีพี่น้องของเราอยู่ในประเทศนั้น
“เราก็วิงวอนของทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องการเจรจาทางการทูต การพูดคุยการสร้างความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เราต้องการให้โลกของเราเกิดสันติภาพให้เร็วที่สุด” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบในมิติเศรษฐกิจ นายอนุทินกล่าวว่า ยืนยันว่าโดนผลกระทบแน่นอน แต่ต้องมีมาตรการในการทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ตรงไหนที่สามารถช่วยเหลือ ประคับประคอง ลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน รวมทั้งราคาพลังงาน ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง หามาตรการมารองรับ ส่วนกองทุนน้ำมันต้องนำมาตรการมาใช้เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชนคนไทยให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามถึงการติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทินกล่าวว่า การปะทะตอนนี้ยังไม่มีอะไร จะแวะไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บเหยียบกับระเบิดที่ จ.สุรินทร์ ไปให้กำลังใจ เพราะวันนี้เราก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว จะได้เห็นสภาพบริเวณชายแดน ความเป็นไปต่างๆ แต่ในภาพรวมตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ แต่มาตรการทั้งหลายก็ยังเหมือนเดิม เรายังไม่มีแนวคิดที่จะเปิดด่าน ยังไม่มีแนวคิดที่จะเจรจา

