‘อนุทิน’ เรียกประชุม สมช.ด่วนวันนี้ เร่งอพยพคนไทย หนีสงคราม ตอ.กลาง
เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากหน่วยงานทั้งหน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ จึงสั่งการให้เตรียมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่สู้รบช่วงนี้ ได้ประสานกองทัพอากาศและหารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมอากาศยานใช้รองรับพี่น้องคนไทย โดยเฉพาะที่อิหร่าน เพื่อหาช่องทางนำประชาชนเดินทางกลับได้อย่างไร ตัวอากาศยานไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่การใช้อากาศยานของกองทัพอากาศ อาจต้องแวะเติมน้ำมันหลายที่ จึงให้พิจารณาช่องทางอื่น เช่น การเช่าเหมาลำ เพื่อนำประชาชนกลับมาได้เร็วที่สุด ตอนนี้จะต้องไปเช็กน่านฟ้า เนื่องจากมีการปิดน่านฟ้าในบางพื้นที่ ทำให้ต้องอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สาม หาวิธีการรับตัวกลับมา ส่วนตัวเลขคนไทยได้ในตะวันออกกลางนั้น มีทั้งในส่วนของอิหร่านและดูไบ รวมกว่า 70,000 คน ในส่วนของคนไทยในอิหร่านมีประมาณ 7,700 คน ขอให้คนไทยติดตามรายละเอียดจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
นายอนุทินกล่าวว่า ได้มอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เตรียมรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ เพราะอย่างไรก็ได้รับผลกระทบด้านค่าครองชีพ ค่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนพลังงานต่างๆ ฉะนั้น ต้องหาวิธีให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) วันที่ 2 มีนาคม เวลา 10.00 น. จากนั้นจะประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน ธนาคาร หอการค้า ต้องดูแลเรื่องการค้า การส่งออกและนำเข้า รวมถึงมาตรการตรึงราคา เพื่อไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์ว่าเครื่องบินจะไปรับคนไทยจะสามารถเดินทางได้เมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า ส่วนสำคัญคือประเทศปลายทาง เนื่องจากเรามีความพร้อมตลอดเวลา ยิ่งใช้เครื่องบินจากกองทัพอากาศไปรับก็ยิ่งมีความพร้อม เพราะได้เตรียมไว้หลายลำ เมื่อวาน (28 ก.พ.) ได้หารือกับผู้บัญชาการทหารอากาศ อยากให้เกิดความสะดวกให้เร็วที่สุด จึงได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม อาจจะใช้โค้ดการบินของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องเติมน้ำมันและให้บินตรงแทนว่าสามารถทำได้หรือไม่ อยู่ระหว่างดำเนินการ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้พี่น้องคนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากประสงค์จะกลับมาเมืองไทยก็เตรียมพร้อมจะไปรับ
เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์ว่าจะบานปลายหรือไม่ เพราะมีประเทศมหาอำนาจหนุนหลังอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งที่เราต้องเตรียมตัว อย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบรุนแรง หากจะมีผลกระทบขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เราต้องเตรียมความพร้อมทุกภาคส่วน
เมื่อถามว่า อยากบอกอะไรกับคนไทยที่ไม่อยากเดินทางกลับตอนนี้บ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แต่ละประเทศก็มีมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนของเขา รวมถึงกลุ่มคนชาวต่างชาติในประเทศนั้นๆ จึงขอให้ติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สถานเอกอัครราชทูตไทยเปิดศูนย์ปฏิบัติการและมีสายด่วนตลอดเวลา เพื่อช่วยเหลือคนไทย
ที่ จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน กล่าวภายหลังเดินทางไปเปิดการแข่งขันโมโตจีพีว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการอพยพ ตอนนี้ต้องเร่งประสานงานให้ได้จำนวนคนไทยครบหรือมากที่สุดก่อน แล้วประสานให้ไปรับในจุดที่ปลอดภัย กระทรวงต่างประเทศ รัฐบาล กองทัพร่วมมือกันอย่างเต็มที่
“เราต้องวางตัวให้เป็นกลางให้มากที่สุด แต่ต้องห่วงใยในสถานการณ์ เพราะเรามีพี่น้องของเราอยู่ในประเทศนั้น เราก็วิงวอนของทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องการเจรจาทางการทูต การพูดคุยการสร้างความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เราต้องการให้โลกของเราเกิดสันติภาพให้เร็วที่สุด” นายอนุทิน กล่าว
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงข่าวว่า ปัจจุบันมีคนไทยอยู่ในตะวันออกกลางประมาณ 1.1 แสนคน ถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยในตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง
กรณีอิหร่าน สถานทูตที่เตหะรานแจ้งว่ายังมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคงตลอด สถานทูตอยู่ใกล้พื้นที่เป้าหมาย สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง จึงเปิดศูนย์อำนวยการให้คนไทยติดต่อได้ตลอดเวลา หากต้องการขอความช่วยเหลือ และอยู่ระหว่างวางแผนอพยพคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมเปิดให้แสดงความประสงค์ขอกลับไทยแล้ว ทั้งนี้ มีคนไทย 29 ราย แจ้งความประสงค์ขอกลับไทย มีทั้งนักศึกษา และแรงงาน
ส่วนอิสราเอล สถานทูตที่เทลอาวีฟแจ้งว่า มีผู้แจ้งกลับไทยแล้วไม่เกิน 20 คน โดยสายการบินอิสราเอลเปิดปกติ มีเส้นทางอพยพทางบก จากชายแดนไปได้หลายประเทศข้างเคียง

