ศุภจี งัด 6 มาตรการ รับมือผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ดูแลการค้า-ส่งออก-ปัจจัยผลิตสำรอง ป้องฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ด้าน “ตรีนุช” เผย แรงงานไทยในอิราเอล-อิหร่าน ขอกลับน้อย ย้ำ ทูตแรงงาน ประสานดูแลความปลอดภัย
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 2 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงผลประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า กลุ่มประเทศขัดแย้งโดยตรงทั้งอิสราเอลและอิหร่าน ยังมีผลกระทบอยู่ในระดับที่จำกัดเพราะสัดส่วนรายได้ที่เกิดจากการค้าขายทั้งนำเข้าและส่งออก ยังมีปริมาณไม่มาก โดยอิสราเอลอยู่ที่ร้อยละ 0.2 ของจำนวนการส่งออก ขณะที่อิหร่าน อยู่ที่ร้อยละ 0.02 จึงไม่ได้กระทบโดยตรงกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่เราต้องพึงระวังและมีมาตรการในการเฝ้าระวังเรื่องนี้ คือ ภูมิภาคโดยรวมของตะวันออกกลาง ที่มีตลาดการค้าร่วมกัน ประมาณ 4-5 % แม้จะไม่มากแต่ต้องระวังผลกระทบทางอ้อม คือ ภูมิภาคอื่นที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการขนส่ง โดยเฉพาะยุโรป ที่อาจจะมีค่าระวางเรือเพิ่มเติมมากขึ้น รวมถึงระยะทางที่ต้องอ้อมจุดที่มีการปิด

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ จะมีประมาณ 6 มาตรการใหญ่ ในการดูแลและติดตามสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ คือ 1.การบริหารจัดการราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคในประเทศ ไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่ถูกต้องและไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง 2.ต้องจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยผลิตสำรอง โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่มาจากตะวันออกกลาง โดยต้องทำงานร่วมกับเอกชนในการหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง 3.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ รับข้อชี้แนะและให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการที่ต้องการทำการค้าและการส่งออก โดยสามารถติดต่อได้ที่ 1169 ตลอดเวลา 4.บริหารจัดการ การขนส่ง การประสานกับผู้ให้บริการขนส่งทางเรือ 5.การทำงานเชิงรุกกับทูตพาณิชย์ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่มีผลกระทบโดยตรงให้ติดตามอย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์การค้าเพื่อให้จัดการได้ทันท่วงที และ 6.ให้ช่วยกันวิเคราะห์ผลกระทบอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ร่วมกันกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ด้านนางตรีนุช เทียนทอง กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีการตั้งศูนย์เร่งด่วนในการมอนิเตอร์ดูแลพี่น้องแรงงานไทยที่อยู่ในกลุ่มตะวันออกกลาง โดยกลุ่มแรงงานหลักที่อยู่ในประเทศอิสราเอล เกือบ 60,000 ราย และอิหร่าน ที่ยังเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วง ในขณะที่กลุ่มแรงงานที่อยู่ในประเทศอื่นยังเฝ้าระวังตามปกติ
ในส่วนของกลุ่มแรงงานไทยในอิสราเอล ทางรัฐบาลอิสราเอล ดูแลค่อนข้างดี และมีรายงานตัวเลขที่จะเดินทางกลับ 10-20 ราย ซึ่งกระทรวงแรงงานเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ขณะที่แรงงานในอิหร่าน มีประมาณ 40-50 ราย กระทรวงแรงงาน ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับ เพื่อนำส่งกลับมาโดยสวัสดิภาพ

“เราติดตามสถานการณ์เป็นระยะและประเมินว่าสถานการณ์ยังคงที่อยู่ หากมีความรุนแรงในวงกว้าง หรือมีความยืดเยื้อ เรามีทูตแรงงานในตะวันออกกลาง 3 คน ได้ประสานงานและติดตามดูแลแรงงานไทยทุกคน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย” นางตรีนุช กล่าว


