เจษฎ์ ชี้ ยกเลิก MOU 43 และ 44 เป็นกุญแจสำคัญ นำไปสู่การยุติปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า จากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง สิ่งสำคัญอันดับแรก รัฐบาลต้องแสดงบทบาทผู้นำในการดูแลและอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงภัยกลับประเทศอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยพรรครักชาติ มีจุดยืนสนับสนุนให้ประเทศไทยวางตัวเป็นกลางบนเวทีโลก ไม่ฝักใฝ่การสู้รบ ใช้กำลังหรือการก่อความรุนแรง
นายเจษฎ์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความเปราะบาง ยังไม่สงบเรียบร้อยอย่างแท้จริง ในสภาวะการณ์เช่นนี้ การเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับกองทัพ ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมรับมือกับความสุ่มเสี่ยงและป้องกันการถูกรุกรานอธิปไตย เพราะสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ยังไม่ได้เงียบสงบลง เราต้องหันกลับมาดูตัวเราเอง สร้างศักยภาพ สร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพ ไม่รู้จะถูกรุกรานเมื่อไหร่ การจัดเตรียมกำลังที่พร้อมจะทำให้ปัญหามันลุล่วง
“ฝากนายกรัฐมนตรี บริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อนและเขตแดน เรื่อง MOU 43 และ44 หากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิก การจัดการสถานการณ์ชายแดนและการจัดวางพื้นที่ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การยุติปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถถอยกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมและเป็นของตนเองอย่างชัดเจน และท้ายที่สุดจะจบปัญหาได้ ทั้งนี้วิกฤตตะวันออกกลาง อาจมีนานาชาติเข้าไปเกี่ยวข้องและช่วยเหลือ แต่ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศไทย ต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ประชาชนคนไทยต้องร่วมมือร่วมใจกัน หากขาดความสามัคคี ประเทศชาติยากที่จะก้าวข้ามผ่านสถานการณ์ความท้าทายนี้ไปได้“ นายเจษฎ์ กล่าว

