เต้ ขอตั้งพรรคก้าวล้ำ ยันมีสมาชิกทุกเจน ตั้งแต่ Z-เบบี้บูมเมอร์ นโยบายเดิม เที่ยวอวกาศ-ศัลยกรรม
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พร้อมคณะ เข้ายื่นจองขอจดแจ้งชื่อพรรคก้าวล้ำ พร้อมเป็นหัวหน้าพรรค และรวบรวมสมาชิก 15 รายชื่อ
นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า จะสังเกตเห็นว่ามีอดีตทหารผ่านศึกที่เคยอยู่พรรคทางเลือกใหม่ ฉะนั้นแล้วพรรคก้าวล้ำจะมีสมาชิกคนทุกเจน ตั้งแต่เจน Z เจน Y เจน X และเบบี้บูมเมอร์ และกลุ่ม “กรุงเทพฯบินได้” ก็จะอยู่ภายใต้สังกัดนี้ ซึ่งพรรคก้าวล้ำดูแค่ชื่อก็รู้ว่าล้ำสมัย ชีวิตของคนในประเทศต้องล้ำสมัย แบบ AI อยู่แบบปัญญาประดิษฐ์
นโยบายก็ยังเหมือนเดิม คือ นโยบายอวกาศ ทั้งการท่องเที่ยวอวกาศ นโยบายศัลยกรรม และเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรรอนายอนุทิน ชาญวีรกูล เซ็นรับรอง แล้วเราก็ผลักดันเหมือนเดิม ถ้าไม่เซ็นเราก็จะด่าเช้าด่าสายด่าเย็นด่าทุกแพลตฟอร์ม ฉะนั้นเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึก 3,000 บาท รัฐบาลยังจะต้องดำเนินต่อไป
นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า พรรคก้าวล้ำเมื่อขอจดแจ้งชื่อพรรคจะต้องเตรียมประชุมพรรคภายใน 30 วัน เราจะทำให้เร็วเผื่อการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ทั้งนี้ พรรคเราจะต้องมีตัวแทนพรรคทั้ง 77 จังหวัด อย่างไรก็ตาม เมื่อวาน (3 มี.ค.) มีการประชุมกลุ่มกรุงเทพฯบินได้ เราได้ชื่อรองผู้ว่าฯกทม.หลายคนแล้ว ตนจึงขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ และคิดนอกกรอบ ต้องการที่จะทำให้กรุงเทพฯบินได้แบบ 360 องศา เราไม่ต้องการนักการเมืองจ๋าแล้วเข้ามาเอาค่าผลประโยชน์ 25-30 เปอร์เซ็นต์
นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวถึวประเด็นน้ำมันว่า ประเทศไทยสั่งน้ำมันนำเข้าประมาณ 80,000 ล้านลิตรต่อปี ใช้ในประเทศประมาณ 40,000 ล้านลิตร และส่งออก 40,000 ล้านลิตร ดังนั้น ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ประเทศเราจะวิกฤตเรื่องน้ำมัน ซึ่งในอนาคตถ้าเราต้องการน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านประเทศยูเออี ซาอุดีอาระเบีย หรือกาตาร์นั้น นายกฯควรตัดสินใจ ควรขุดเจาะน้ำมันที่อ่าวไทย โดยที่ไม่ต้องแบ่งนายฮุน เซน ที่เคยอ้างว่ามีส่วนแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เราจะมีน้ำมันใช้ 2 ปี จากนี้แบบไม่ต้องนำเข้า แต่ ณ ตอนนี้เราจำเป็นต้องกักตุนน้ำมัน ตอนนี้สถานการณ์สงครามอิหร่านไม่ได้ขนาดนั้น เยาว์ขนาดนั้น จึงจำเป็นต้องตุน

