หน้าแรก การเมือง ทนายอั๋น พอใจ...

ทนายอั๋น พอใจแล้ว ศาลตัดสิทธิ หมอเกศ 10 ปี ยันไม่ร้องเอาโทษอาญา ชวนปชช.จับตาคดีฮั้วส.ว.ต่อ

4.03.26 | 17:17 น.

ทนายอั๋น เผยภายหลัง ศาลฎีกาพิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหมอเกศ 10 ปี ยอมรับเห็นใจ ไม่ร้องเอาโทษคดีอาญาต่อ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ กกต.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ภายหลังศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ลต สว11/2568 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรณีน.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ใช้คำว่า ‘ศาสตราจารย์’ ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร ส.ว. และชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก ส.ว.ปี 2567

โดยศาลพิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง น.ส.เกศกมลเป็นระยะเวลา 10 ปี ปมใช้วุฒิการศึกษาชักจูงให้เข้าใจผิดการเลือกตั้ง ส.ว.ในปี 2567

ต่อมา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ซึ่งได้ร่วมฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ก็เลยออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนในฐานะที่เป็นผู้ร้องเรียนคดีดังกล่าว รู้สึกพึงพอใจกับผลคำพิพากษา โดยตนเองต้องการให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องของตำแหน่งทางวิชาการที่อาจขัดต่อกฎหมายและทำให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติการเลือกเป็น ส.ว. ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.จะวินิจฉัยเพียงแค่เรื่องของวุฒิการศึกษา แต่ตนได้คัดค้านไปว่า มันมีประเด็นเรื่องตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์ที่มีปัญหาเรื่องของการรับรองในประเทศไทย จึงนำมาสู่คำวินิจฉัยของ กกต. ที่มายื่นสู่ศาลในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคงไม่ติดใจที่จะดำเนินการใดๆ กับทาง น.ส.เกศกมลอีก เพราะมองว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวก็คงเหนื่อยมามากพอแล้ว ส่วนตัวไม่มีอะไรติดใจหรือมีปัญหากับเจ้าตัว ตนรู้สึกเห็นใจด้วยซ้ำตั้งแต่วันที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของการศึกษา

Advertisement

ส่วนการตัดสินในวันนี้เป็นเพียงแค่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ในส่วนของคดีอาญา เข้าใจว่า กกต.จะต้องเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับหมอเกศในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 77 (4) ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี โดยยืนยันว่า ตนเองจะไม่ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษในเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกเห็นใจและอยากให้เรื่องระหว่างตนกับ น.ส.เกศกมลจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ทาง กกต.จะดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีทางอาญาเมื่อไหร่นั้น ก็คงต้องจับตากันต่อไป ได้แต่คาดหวังว่า กกต.อาจเตรียมทำคำร้องเอาไว้แล้ว แต่ขอให้ทาง กกต.ดำเนินการให้เป็นบรรทัดฐานในคดีสภาระดับประเทศ เหมือนกับที่เคยดำเนินการฟ้องดำเนินคดีทางอาญากับผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในกรณีแบบเดียวกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ กกต.ยังไม่ดำเนินการฟ้องดำเนินคดีอาญากับ นายสมชาย เล่งหลัก อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีตั้งแต่ปี 2567

นายภัทรพงศ์กล่าวอีกว่า ขอให้จับตาในเรื่องของคดีการฮั้วเลือก ส.ว.ให้ดี เพราะนี่ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ตนยังคงเดินหน้าเรื่องนี้อยู่ เรื่องการเข้าใจผิดในคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือก ส.ว. ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เรื่องของการฮั้วก็สำคัญ ยิ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ปรากฏว่ามีคนที่ทำคดีฮั้ว ส.ว. ไปถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบุคคลดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในอนาคต นั่นจึงทำให้ตนยิ่งเกรงว่าคดีฮั้วเลือก ส.ว. อาจจะเดินหน้าไปไม่ถึงไหนและไม่สามารถลากผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ขอให้จับตาเรื่องนี้ให้ดี