หน้าแรก การเมือง กกต.ไม่ถอนแจ้...

กกต.ไม่ถอนแจ้งจับ 6 ชื่อ จ่อส่งหลักฐานให้ตร. เผย 246 เรื่องร้องเรียน ซื้อเสียงมากสุด

4.03.26 | 18:22 น.

กกต. เผยเรื่องร้องเรียนลต. 246 ซื้อเสียงมากสุด ส่วนประชามติมี 6 คำร้อง พร้อมเร่งตรวจสอบเหตุที่ทำให้เกิดข้อสังสับการจัดเลือกตั้ง ของ กกต. เตรียมข้อมูลพยานหลักฐานให้การตำรวจคดี 6 บุคคลที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในส่วนเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 246 เรื่องในจำนวนนี้ร้อยละ 30 เป็นการร้องเรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งเรื่องร้องทุจริตทุกเรื่องอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนชั้นของสำนักงานฯ ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการ ต้องเปิดโอกาสผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง จึงต้องใช้เวลา กกต.จึงเห็นว่าการพิจารณาภายในระยะเวลา 60 วันดำเนินการไม่ทันจึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อนแต่ ทั้งนี้ไม่ตัดอำนาจกกต.ในการสืบสวนสอบสวนในภายหลัง

ส่วนคำร้องกรณีการกระทำผิดในการออกเสียงประชามติมีทั้งสิ้น 6 คำร้องซึ่งก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการโดยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้นน้อยกว่าเรื่องร้องเรียนสส.กกต.จึงต้องประกาศผลการออกเสียงประชามติไปก่อน นอกจากนี้ในวันนี้ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาให้มีการเพิกถอนสิทธิสมัคร น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ส.ว.ซึ่งหลังจากนี้กกตก็จะต้องพิจารณาด้วยเรื่องของการดำเนินคดีอาญาฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังลงสมัคร

นายครรชิต ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนกรณีที่พบเอกสารการเลือกตั้งถูกทิ้งที่บ่อขยะในจังหวัดสมุทรปราการ และมีข้อสงสัยว่ากรรมการประจำหน่วยกระทำทุจริตหรือไม่ กกต.รับเป็นความปรากฏอยู่ในระหว่างดำเนินการโดย กกต.มีมติให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใครเอาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆไปทิ้ง เช่นเดียวกับกรณีที่จ.พะเยาที่พบ กปน.เตรียมนำบัตรที่ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว 7 ใบใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งก็อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือไม่ หรือที่อ.พาน จ.เชียงราย ที่มีการจับเงินซื้อเสียงคณะกรรมการสอบสวนก็กำลังดำเนินการอยู่

กกต.

ส่วนกรณีแจ้งความดำเนินคดี 6 บุคคลที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาวกรุงเทพมหานคร ขณะนี้พนักงานสอบสวนให้กกต. ไปให้ถ้อยคำและยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งตนในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากกกต.ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

Advertisement

เมื่อถามว่ามีข้อสงสัยว่าในวันดังกล่าวสื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่หลายสำนักก็มีการถ่ายรูปเหตุใดจึงดำเนินคดีกับสื่อมวลชนเพียงรายเดียว นายครรชิต กล่าวว่า ที่แจ้งความดำเนินคดีไปเป็นการดูเบื้องต้นและขณะนี้เรามีการเอาวงจรปิดรวมถึงคลิปต่าง ๆ มาดูเพิ่มเติมอยู่ ส่วนที่จะให้มีการถอนแจ้งความในส่วนของสื่อ ก็ต้องอยู่ กกต.พิจารณา เมื่อพยายามถามถึงเหตุผลที่แจ้งความสื่อฯ นายครรชิตก็ตัดบทว่าจะขอไปอธิบายเหตุผลกับพนักงานสอบสวน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนกรณีบริษัทสเปคเตอร์ซี จำกัด ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน นายครรชิต กล่าวว่า อยู่ระหว่างดำเนินการก็เหมือนกับที่ร้องเรียนอื่น เพียงแต่เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับความวุ่นวายในหลายพื้นที่ เช่น ปทุมธานี เขต 7 ชลบุรี เขต 1 กทม.เขตคันนายาว หรือไม่นั้น ตรงนี้สเปคเตอร์ซีก็เป็นจุดเริ่มต้น ต้องไปดูว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไร