“สุชาติ“ ปัดตอบนั่งตำแหน่งเดิมหรือไม่ บอก ต้องรอกระบวนการเลือกนายกฯ – ประธานสภา ก่อน ค่อยฟอร์มครม. ชี้ เป็นอำนาจนายกฯเพียงผู้เดียว หวัง ครม.ใหม่ ช่วยปชช. จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางได้สะดวก
เมื่อเวลา 11.08 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีได้รับทาบทามนั่งรัฐมนตรีในตำแหน่งเดิมหรือไม่ว่า อย่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยพูดว่าจะต้องผ่านกระบวนการรับรอง ส.ส.ก่อน จากนั้นจะต้องเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี กระบวนการต่อจากนั้น คงเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรคที่จะพิจารณา ตำแหน่งทางบริหารต่างๆ จึงจะเกิดขึ้นได้ ตนเป็นผู้แทนในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะต้องรอนโยบายจากผู้บริหารพรรค
เมื่อถามว่า หากให้คนที่เคยอยู่กระทรวงไหนให้อยู่กระทรวงเดิม นายสุชาติกล่าวว่า ส.ส.ทุกคนในฐานะผู้แทนราษฎร ถ้าได้รับโอกาสจากผู้บริหารพรรคให้ดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหาร ทุกคนก็มีความพร้อมในทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ย้ำว่าขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ และผู้บริหารพรรคที่จะให้ความไว้วางใจ แต่ต้องเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนถึงจะอยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ เพราะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว
เมื่อถามว่า มีการแจ้งไทม์ไลน์หรือไม่ว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้เมื่อไหร่ นายสุชาติกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการคาดการณ์ วันนี้มีการรายงานตัว ส.ส.แล้ว ถ้าได้ 95% ก็สามารถเปิดสภาได้ ซึ่งเป็นการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะยื่นขอเปิดสภา เป็นของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่จะดำเนินการ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่มีกรอบระยะเวลากำหนดไว้
เมื่อถามว่า สนใจงานลักษณะเดิมหรืองานใหม่มากกว่า นายสุชาติกล่าวว่า การที่ได้ทำงานในระยะสั้นๆ ช่วงที่ผ่านมา ขณะนั้นยังไม่ได้มาในนามสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเต็มตัว แต่ได้ทำงานกับนายอนุทินอย่างสนุก และเป็นไปได้ด้วยดี ซึ่งท่านให้โอกาส และอิสระในการทำงาน ก็มีความสุขกับการทำงานในฝ่ายบริหารช่วงที่ผ่านมา แต่การที่จะได้เป็นฝ่ายบริหารต่อหรือไม่ ทั้งหมดต้องผ่านการเลือกนายกรัฐมนตรีก่อน เพื่อที่ท่านจะมีอำนาจในการตั้ง ครม. วันนี้เป็นเพียงการคาดการณ์จากสื่อมวลชน
ทั้งนี้ อย่าไปยึดติดเรื่องตำแหน่ง แต่ควรมองเรื่องอำนาจในการตั้ง ครม. และความเหมาะสมจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติของโลกมากกว่า วันนี้เราเป็นรักษาการอาจทำให้การใช้จ่ายงบกลาง และการดำเนินงานบางเรื่องทำไม่ได้หรือไม่สะดวก แต่ถ้ามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จะทำให้ใช้งบประมาณที่เร่งด่วนฉุกเฉินกรณีที่มีการสู้รบกันในตะวันออกกลาง จึงอยากให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาที่อาจจะได้รับผลกระทบจากสงคราม รัฐบาลอยู่ในช่วงรักษาการทำงานได้แค่ระดับหนึ่งอาจจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยในการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน ทั้งเรื่องการส่งออก และเรื่องพลังงาน แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเตรียมรับมือไว้หมดแล้ว แต่ก็เกรงว่า รัฐบาลรักษาการจะทำได้ไม่เต็มที่

