‘สันติ’ ถก สคบ.งัด 6 มาตรการ คุ้มครองผู้บริโภค รับผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 มีนาคม นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากการประเมินสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการ ทั้งด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว อาหาร ยาและเวชภัณฑ์ น้ำมัน ทองคำ ที่ประชุมจึงกำหนดมาตรการเชิงรุกดูแลผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายตามอำนาจพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค
โดย สคบ.ได้ออก 6 มาตรการ และ 1 แผนปฏิบัติการด้านบูรณาการเพื่อดูแลผู้บริโภค ดังนี้ 1.สคบ.เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเป็น 10 คู่สาย เพื่อรับเรื่องกรณีเร่งด่วน 2.กำชับให้เข้มงวดในการดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และส่งผลต่อการบริโภคสินค้า เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง ก๊าซหุงต้ม โดยเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ ป้องกันการรับเอาเปรียบ รวมถึงเฝ้าระวังการโฆษณาที่อาจจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เกิดความตื่นตระหนกและกักตุนสินค้า หรือต้องยอมซื้อสินค้าในราคาที่แพงขึ้น 3.ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ผู้บริโภคมีทางเลือกชำระเงินทางบัตรเครดิต การโอนเงินทางแอพพลิเคชั่น และเงินสด เพื่อลดผลกระทบกับผู้บริโภคบางราย ในกรณีเกิดภาวะเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า
4.สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์จากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้าราคาสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ บริการลงทุนเพื่อความสะดวกเป็นธรรมในการแก้ปัญหา หรือมีข้อพิพาทเกิดขึ้น 5.ให้กรมการค้าภายในบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กำกับดูแลการจำหน่ายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยควบคุมฉลากทองคำ เพื่อเฝ้าระวังการใช้โอกาสและเอาเปรียบผู้บริโภค และ 6.ขอให้ผู้บริโภครู้ถึงสิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งราคาคุณภาพให้ตรงกับมาตรฐาน เช่นเดียวกับการเลือกซื้อสินค้าทางช่องทางปกติและออนไลน์
ทั้งนี้ ในวันที่ 9 มี.ค.จะมีการประชุมเพื่อปฏิบัติตามแผนบูรณาการเชิงรุก ภายใต้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้นโยบายไปยังผู้บัญชาการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด กทม. เมืองพัทยา เพื่อบังคับใช้ทั้ง 6 มาตรการดังกล่าวในการคุ้มครองและดูแลผู้บริโภค

