หน้าแรก การเมือง สีหศักดิ์ โต้...

สีหศักดิ์ โต้ข่าว สหรัฐ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทัพทหาร เผย คุยทูตอิหร่าน อพยพคนไทย

5.03.26 | 17:51 น.

“สีหศักดิ์” โต้ข่าว สหรัฐขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานทัพทหาร ระบุ คุยทูตอิหร่าน ประสานดูแลความปลอดภัยอพยพคนไทย โต้เสียงวิจารณ์ รบ.ไร้จุดยืน ย้ำ ต้องการเห็นสันติภาพ-ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 5 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า นายฌอน เค โอ นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (4 มีนาคม) โดยขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในการสู้รบกับอิหร่านนั้น ว่า ไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ตนยืนยันได้ เป็นการพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ การอัพเดตสถานการณ์ และการเจรจาการค้าภาษีนำเข้า ซึ่งอยู่ในกระบวนการเจรจา และยังพูดถึงความร่วมมือในการป้องกันประเทศ แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องสนามบินอู่ตะเภา เพราะความร่วมมือในการใช้สนามบินของไทยถือเป็นความร่วมมือปกติด้านความมั่นคง ที่เราทำกับหลายประเทศ เช่น การเติมเชื้อเพลิง แต่การใช้เป็นฐานปฏิบัติการอีกประเทศหนึ่งที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้อยู่ในนโยบายของเรา

เมื่อถามว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ได้หารือกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทยบ้างหรือไม่ นายสีหศักดิ์เผยว่า ได้หารือแล้ว สิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดคือ การนำคนไทยในอิหร่านอพยพออกมาทั้งหมด หากคนไหนพร้อมเราจะนำออกมา ส่วนจะอพยพเมื่อไหร่นั้นเรามีแผนอยู่แล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย และตนได้ประสานกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เรื่องความปลอดภัย รวมทั้งได้ประสานกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยแจ้งรายละเอียดว่ามีแผนการอพยพอย่างไร ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งเส้นทางควรจะปลอดภัยจากการสู้รบ

เมื่อถามถึงกรณีที่ทูตอิหร่าน ระบุว่าอยากเห็นไทยเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพทั้งสองฝ่ายนั้น นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราอยากเห็นสันติภาพอยู่แล้ว มีอดีตข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศบอกว่าประเทศไทยไม่มีจุดยืน แต่ตนยืนยันว่าจุดยืนอันดับแรกของเรา คือความปลอดภัยของคนไทย และเราไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งนี้ อีกทั้งเราต้องการเห็นสันติภาพ การเจรจาทางการทูต และการแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรยูเอ็น ยืนยันว่าสิ่งที่เราแถลงมีความชัดเจน มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะการดูแลคนไทยแสนคนในแถบตะวันออกกลาง