“หัวหน้า ปชป.”นำ สส.รายงานตัว ขณะที่ “ชัยชนะ”สยบข่าวลือแยกทาง พาทัวร์สภาฯยันห้องสุริยัน ด้าน“อภิสิทธิ์”บอกเป็นเด็กใหม่ ไม่คิดว่าจะได้กลับเข้าสภาอีก รับ ยังไม่มีเทียบเชิญร่วมรัฐบาล แต่พร้อมทำทุกหน้าที่ หวัง ตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เร่งแก้ปัญหาประเทศ สร้างความเชื่อมั่น ปชช. ทั้งเศรษฐกิจ – พลังงาน
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ ส.ส.พรรคทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายจูรี นุ่มแก้ว ส.ส.สงขลา เขต 2, นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 9 และนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 โดยมีนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ เดินทางมาด้วย แม้จะมารายงานตัวแล้วเมื่อวันที่ 5 มี.ค.
ภายหลังการรายงานตัว นายอภิสิทธิ์และคณะได้เดินเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นายอภิสิทธิ์ได้เข้ามาทำงาน และเยี่ยมชมในรัฐสภาแห่งนี้ โดยได้เยี่ยมชมห้องแถลงข่าว ห้องสื่อมวลชน ห้องประชุมสุริยัน ซึ่งเป็นห้องประชุม ส.ส.,ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ, ห้องทำงานของพรรค, ทางเข้าอาคาร โดยมีนายชัยชนะเป็นผู้นำทัวร์ และยังได้ชี้ให้ดูจุดทางลงที่เลี่ยงไม่ต้องเข้าประตูด้านหน้า
ทำให้สื่อมวลชนแซวว่า “ชี้ช่องให้หัวหน้าหนีนักข่าวใช่หรือไม่” ทำให้นายอภิสิทธิ์กล่าวแซวว่า “นี่เขารับจ้างทำทัวร์นะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินชม นายอภิสิทธิ์ได้ทักทายนักเรียน นักศึกษา ที่มาดูงาน และได้ถ่ายภาพร่วมกันอย่างเป็นกันเอง
ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามมารายงานตัวภายหลังในเวลา 10.45 น. เนื่องจากติดภารกิจ
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์หลังการเดินชมห้องต่างๆ ของสภาว่า วันนี้เป็นการพาเด็กใหม่ รวมถึงตนด้วยมาชม เพราะไม่เคยทำงานที่นี่ ไปดูว่าที่ทำงาน จุดต่างๆ อยู่ที่ไหนอย่างไร
เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ได้กลับเข้าสภาอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าสารภาพตามตรง ปีที่แล้วก็ไม่นึกว่าจะกลับมาในบรรยากาศแบบนี้ แต่วันนี้ก็ตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นงานที่ตนทำมาเกือบตลอดชีวิต เป็นงานที่ชอบที่สุดในแง่มุมของการเมืองคืองานในสภา 
เมื่อถามว่าเวลาใกล้งวดเข้ามาแล้ว มีสัญญาณเทียบเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไร เพราะฟังจากนายกรัฐมนตรี จะรอเรื่องกระบวนการต่างๆ ให้เสร็จเรียบร้อย และพรรคได้เตรียมงานฝ่ายนิติบัญญัติไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ที่สำคัญหน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายที่ได้หาเสียงไว้ และอยากให้กระบวนการทั้งหลายกระชับ เนื่องด้วยสถานการณ์โลก สถานการณ์บ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล การแถลงนโยบาย การเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นได้โดยเร็ว เพราะมีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้น แม้รัฐบาลรักษาการจะสามารถทำได้ แต่การเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชน ตนมองเห็นว่าทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารเรื่องพลังงาน ราคาสินค้า สินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้

ต่อข้อถามว่า จุดยืนของไทยภายใต้การบริหารของรัฐบาลรักษาการขณะนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องการต่างประเทศไม่มีปัญหาอะไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายกรัฐมนตรีพูดเป็นสิ่งที่เหมาะสม พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน เราไม่อยากเห็นความขัดแย้ง อยากให้ทุกฝ่ายหากระบวนการกลับเข้าสู่สันติภาพ และไม่ประสงค์ให้ไทยหรือภูมิภาค หรือประเทศอื่นๆ ถูกลากเข้าไปขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่ได้เป็นเรื่องดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการสร้างความชัดเจนให้ประชาชนสบายใจ คือเรื่องพลังงาน และการรับมือทางเศรษฐกิจจะทำอย่างไร แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่นายกรัฐมนตรีก็พูดชัด มีรัฐมนตรีหลักอยู่ 3-4 คน ที่จะทำงานต่อเนื่อง และอยู่ในฐานะที่จะช่วยให้สังคมมีความมั่นใจ
เมื่อถามว่าประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องมารยาททางการเมือง เราไม่ได้ถึงขั้นต้องปฏิเสธ เพียงแต่พรรคภูมิใจไทยก็ทราบอยู่แล้วถึงจุดยืนของเราว่าหากจะเข้าร่วม เราก็ยึดถือสิ่งที่เราได้พูดกับประชาชนไว้ในเงื่อนไขต่างๆ มีอะไรบ้าง
ต่อข้อถามว่ากองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์แตกความเห็นเป็นสองฝ่าย และมีคนตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นฝ่ายค้าน การเลือกตั้งรอบหน้าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้ากองเชียร์ สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ไม่หลากหลายก็ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นก็เป็นธรรมดา พวกเราที่เป็น ส.ส.ก็รับฟัง และเราเป็นพรรคที่มีกระบวนการชัดเจนที่สุด เมื่อมีกรณีที่ต้องพิจารณาก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค
เมื่อถามว่ามองการเมืองจากนี้จะราบรื่นแค่ไหน เพราะยังมีการยื่นให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนอยากเห็นกระบวนการเดินหน้าของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ขณะเดียวกันการจัดการเลือกตั้งของ กกต.มีปัญหาเยอะมาก เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องสะสางเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้า และต้องทำควบคู่กันไปตามกระบวนการ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร มองว่ามีความเหมาะสมหรือมีบุคคลอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมกว่า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า โดยมารยาทพรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณา เมื่อเสนอมาเราก็ทำหน้าที่ของเราในการลงคะแนน
เมื่อถามย้ำว่าหากพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนนายโสภณเป็นประธานสภา จะรวมไปถึงการโหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เรื่องการตัดสินใจลงมติในสภาแต่ละครั้งเป็นที่ประชุม ส.ส.จะประชุมกัน

