เลือดใหม่น้ำเงินแบ่งกระทรวงลงตัว “เอกนัฏ” ซิวคุมพลังงาน “วราวุธ” คุมอุตฯ “สุชาติ” คุมทรัพฯ ส่วนก๊วนเลือดแท้ ผงาด ตบเท้านั่งรมต.ป้ายแดง ขณะที่ ชื่อ “ประเสริฐ” ถูกตั้งคำถามหลังมีคดีในชั้นป.ป.ช.
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงโค้งสุดท้ายการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 มีนาคม จากนั้น เป็นขั้นตอนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 15 มีนาคม และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 19 มีนาคม ก่อนจะมีการจัดตั้งครม.
ล่าสุดรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ภายหลังการสัมมนาพรรค ที่จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา โผครม.เริ่มชัด ในสัดส่วนชื่อที่คลุมเครือมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะสีน้ำเงินเลือดใหม่ อย่าง นายสุชาติ ชมกลิ่น นายวราวุธ ศิลปอาชา และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ซึ่งมีรายงานข่าวว่า นายสุชาติ จะได้เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏจะได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ จะได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ขณะที่ สัดส่วนเลือดแท้ที่ทำงานให้กับพรรคมาตลอด อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร เป็นรมช.คมนาคม น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วน นางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา อยู่ระหว่างจัดสรรความเหมาะสม
ส่วนตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ หลายสมัย จะนั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นชื่อ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากเป็นส.ส.หลายสมัย มีความประนีประนอมสูง และความร่วมมือในการทำงาน มีความคุ้นชินกับงานสภาฯ และคุ้นเคยกับสส.ต่างพรรค เชื่อว่าจะสามารถทำงานสภาฯราบรื่น
ด้าน สัดส่วนรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย มีรายงานข่าวว่า ชื่อของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง มีความเสี่ยงสุดเนื่องจากมีคดีสแกนม่านตาในชั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่คนในพรรคภูมิใจไทยตรวจสอบผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงยุติธรรม มาตั้งแต่ต้น รวมถึงมีคดีงบภัยแล้ง 5.1 หมื่นล้านบาท หลังนายอนุทิน ยืนยันคุณสมบัติรัฐมนตรีจะต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่าสุด
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าพรรคเพื่อไทยนำโดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาส่งชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ต่อแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 13.30 น.
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสาเหตุที่พรรคภูมิใจไทย ไม่เลือกพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” เนื่องจากเรื่องคุณสมบัติ ขณะที่ พรรคประชาธิปัตย์ ถูกมองว่าไม่มีเอกภาพทางการเมือง มีการแบ่งกลุ่มก๊วนชัดเจนไม่มีใครฟังใครได้ จึงยากหากต้องมาร่วมรัฐบาล

