‘ผบ.ทอ.’ สั่งสำรองน้ำมัน รับกรณีฉุกเฉินเกิดสงคราม ป้องอธิปไตย-ประเทศ เดินหน้าฝึก Cope Tiger กับ สหรัฐ เชื่อโลกเข้าใจ เข้มสแกนความปลอดภัย หากมีสิ่งบอกเหตุ เลื่อนหรือยกเลิก
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารทหารอากาศ เปิดเผยถึงนโยบายกประหยัดพลังงานของ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ตามที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิช รมว.กลาโหม สั่งการในห้วงวิกฤตตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า กองทัพอากาศได้นำมาพิจารณาว่าภารกิจที่สำคัญของกองทัพอากาศคืออะไร อยู่ในกรอบดำเนินการ แบ่งเป็น การใช้เชื้อเพลิงภาคพื้นสนับสนุนใช้ด้วยความประหยัด ระมัดระวังและใช้เท่าที่จำเป็น แต่หากเป็นภารกิจที่สำคัญเกี่ยวข้องด้านยุทธการจะดำเนินการเต็มที่
สำหรับน้ำมันภาคอากาศ เราเตรียมไว้ 2 ส่วนหลัก คือการบินในภาวะปกติ พร้อมดำรงต่อเนื่องในภารกิจฝึกบิน และน้ำมันสำรองสงคราม กรณีใช้ภารกิจฉุกเฉิน
ขอเรียนประชาชนว่า กองทัพอากาศจะพิจารณาและบริหารจัดการให้เพียงพอ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็จะใช้ในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ป้องกันประเทศและอธิปไตยในกรณีฉุกเฉิน สามารถดำเนินการได้
ในขณะที่การใช้พลังงานทั่วไปต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ให้กำลังพลและประชาชนได้ตระหนักว่าเหตุการณ์ไม่ปกติ กรณีความขัดแย้งตะวันออกกลางส่งผลกระทบมาถึงคนไทย แม้เราจะเปิดการจัดหาน้ำมันแหล่งอื่นมาแล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะยุติเมื่อไหร่ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเมินสถานการณ์ยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ ตั้งบนข้อเท็จจริง บางครั้งเราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในพื้นที่จริงกระทบมากน้อยเพียงใด
ขอให้เชื่อข้อมูลจากหน่วยงานประเมิน อย่าไปตื่นตกใจกับภาพข่าวที่ปรากฏ บางครั้งใช้ AI สร้างขึ้นมา ซึ่งบางกลุ่มพยายามใช้ความชอบธรรม สภาพแวดล้อมเหมาะสมตัวเองในการดำเนินการต่างๆ แต่ก็ไม่อยากให้ยืดเยื้อ เพราะกระทบกับประชาชนและประชาคมโลกทั้งหมด หากสามารถเจรจานำสู่แนวทางสันติภาพ เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อย และหากรุนแรงมากกว่านี้ น่าเสียดายที่เรามีกฎกติกา เมื่อมาถึงจุดนี้จะเกิดความสูญเสีย สันติภาพอาจเกิดยาก
เมื่อถามถึงการฝึกผสม Cope Tiger สหรัฐจะเข้ามาร่วมฝึกหรือไม่ พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า ไม่กระทบ เรายังคงฝึกต่อเนื่อง แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยจะดำเนินการอย่างเข้มแข็ง เข้มข้น รวมถึงตำรวจ ในส่วนของพื้นที่กองทัพอากาศเราให้ความเชื่อมั่นว่าเฝ้าระวังและดูแล จึงอยากฝากถึงพี่น้องประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติ ดูมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในพื้นที่ที่มีต่างชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งขอให้ระมัดระวังเฝ้าดู และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ยืนยันว่าการฝึกของกองทัพอากาศยังดำเนินการต่อเนื่อง แต่เพิ่มมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย ให้ข้อคิดและข้อเตือนใจกับผู้ที่เข้าร่วมการฝึกว่าสถานการณ์ไม่ปกติเป็นเรื่องที่อะไร เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีรูปแบบเป็นสงครามอสมมาตร ที่เราก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าเรามีงานการข่าวติดตาม เฝ้าตรวจประสานเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอำนวยความสะดวก หวังว่าจะไม่เกิดสิ่งที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้น
การฝึก Cope Tiger เป็นการฝึกเพื่อทบทวน เตรียมการวางแผนในเรื่องของกําลังทางอากาศ มีนักบินใหม่มาฝึกเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นการซ้อมปกติที่ทําเป็นประจําอยู่แล้ว มีวัตถุ ประสงค์การฝึกชัดเจน รวมถึงห้วงเวลาเน้นความปลอดภัย ความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในส่วนของกําลังทางอากาศ เพื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกันหากในอนาคตมีเหตุการณ์อะไรที่ต้องดําเนินการร่วมกัน ในขณะเดียวกันของกองทัพอากาศก็นําบทเรียนมาพัฒนาปรับปรุงว่าสิ่งที่เหมาะสมกับเราจะทําอย่างไรต่อไปนี่คือประโยชน์ของการฝึก
เมื่อถามว่า ประเทศคู่ขัดแย้งจะเข้าใจใช่หรือไม่ เพราะเรามีการฝึกกับสหรัฐถี่ ที่ผ่านมามีคอบร้าโกลด์ อาจเป็นข้อกังวลว่าเราอาจถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้ง พล.อ.อ.ประภาสกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศรักสงบสันติ ไม่ใช้กําลังคุกคาม หรือรุกรานประเทศอื่น การฝึกเป็นเรื่องปกติ เราก็ฝึกมาหลายปีต่อเนื่องกันมา เพื่อให้พร้อมรบถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เชื่อว่าทั่วโลกเข้าใจว่าทําไมถึงมีการฝึก ยกเว้นอย่างเดียวหากมีสิ่งบอกเหตุหรืออะไรที่ไม่ปลอดภัย เราอาจจะเริ่มหรือยกเลิก และหวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น
ทั้งนี้ กองทัพอากาศไทยเตรียมจัดการฝึกร่วมผสมทางอากาศครั้งใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน “Cope Tiger 2026” โดยร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา และกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 15-27 มีนาคม 2569 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารและยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศร่วมกัน
การฝึกครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ด้านการบินรบ รวมถึงการประสานการปฏิบัติการระหว่างประเทศพันธมิตรให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Together We Fly, Stronger We Stand” ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของกองทัพอากาศทั้งสามประเทศ
นอกจากนี้ การฝึก Cope Tiger ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความไว้วางใจระหว่างกองทัพอากาศของประเทศพันธมิตร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านยุทธวิธีการบินและการปฏิบัติการทางทหารสมัยใหม่
สำหรับพื้นที่การฝึกในครั้งนี้ ประกอบด้วยหลายพื้นที่สำคัญของกองทัพอากาศไทย ได้แก่
- กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา
- กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี
- สนามฝึกใช้อาวุธชัยบาดาล
- กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี
การฝึกร่วมผสม Cope Tiger 2026 นับเป็นหนึ่งในการฝึกทางอากาศระดับนานาชาติที่มีความสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความพร้อมรบ การประสานงานระหว่างมิตรประเทศ และยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทยในเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค

