หน้าแรก การเมือง สมชัย พร้อมคณ...

สมชัย พร้อมคณะ ไปกองปราบ 12 มี.ค. ทวงถามถูกกกต.เอาผิด ยกผลเลือกตั้งจำลองยัน เลิกใช้บาร์โค้ด

10.03.26 | 15:08 น.

‘สมชัย’ เตรียมไปกองปราบ 12 มี.ค.นี้ ถามข้อมูลคดีที่ถูกกล่าวหา ยินดีหากให้จัดจำลองเลือกตั้งอีกรอบต่อหน้า กกต. ชี้เป็นบทเรียนอย่าเลือกใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ได้ดำเนินคดีกับตนเองว่า จากที่ปรากฏเป็นข่าวว่า กกต.แจ้งข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง เช่นการขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต.ในวันที่จัดการเลือกตั้งใหม่, กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง, กระทำการผิดมาตรา 116, การทำการอันเป็นพฤติกรรมคณะบุคคลขบวนการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หรืออั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งข้อกล่าวหาต่างๆ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่เคยออกจากปากก กกต.ว่าได้ดำเนินคดีกับตน มีเพียงแค่ข่าวที่ออกไปเท่านั้น ดังนั้น ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ตนและบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่กองปราบ เพื่อขอทราบรายละเอียดของการกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นความจริงหรือไม่ ใครเป็นผู้กล่าวหา ด้วยข้อกล่าวหาอะไร ทั้งนี้ หวังว่ากองปราบจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะเป็นการเสื่อมเสียทั้งในแง่ของชื่อเสียงและจะให้สังคมเข้าใจตนและคณะบุคคลอื่นๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในทางที่ผิด

พร้อมกันนี้ นายสมชัยยังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนาการเมืองฯ ของสมาชิกวุฒิสภาว่า ไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว และดูเหมือนเรื่องจะเงียบไป มองว่าควรจัดจำลองขึ้นอีกรอบดีหรือไม่ หรือถ้า กกต.ข้องใจว่าบัตรเลือกตั้งของตนไม่สามารถรั่วไหลได้ก็สามารถจัดการเลือกตั้งจำลองขึ้นอีกรอบต่อหน้า กกต. เอาตรงกลางลานอาคาร B ก็ได้

เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าบัตรเลือกตั้งในเมื่อเป็นความลับ ทำไมถึงอยากจะเปิดเผยเชื่อมโยงจนอาจไปกระทบกับสิทธิของประชาชนนั้น นายสมชัยกล่าวว่า เราไม่เคยเปิดเผยว่าบัตรใบนี้ใครเลือกใคร เราเพียงแค่พิสูจน์ในวิธีการว่าการใช้วิธีการแบบนี้จะนำไปสู่การเปิดเผยถึงตัวบุคคลได้ ทั้งการเล่าให้ฟังในเชิงทฤษฎีและในเชิงปฏิบัติด้วยการจัดการเลือกตั้งจำลอง และผลที่ออกมาคือทายถูก 100% 3 ใน 5 ทีม 90% 1 ทีม 40% 1 ทีม เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าภายใต้วิธีการที่ออกแบบมามีจุดอ่อน ทำให้ล่วงรู้ว่าใครเลือกใครได้ แต่ในคณะทำงานของเราไม่เคยเปิดเผยว่าใครเลือกใคร

“เรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้ กกต.ทราบว่าในการเลือกตั้งคราวหน้า หรือการเลือกตั้ง กทม.ที่กำลังจะถึงไม่ควรมีบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าบาร์โค้ดดังกล่าวจะเชื่อมไปยังบัตรเลือกตั้งใบต่อใบ หรือจะเชื่อมไปยังเล่มหรือเชื่อมไปยังล็อตผลิตต่างๆ ก็ตาม ทำให้เกิดความหวาดระแวง ไม่วางไว้วางใจจากประชาชนต่อบัตรเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรดีที่สุด ไปหาทางอื่นในการตรวจนับจำนวน หรือแหล่งที่มา หรือป้องกันการปลอมแปลง อีก 108 วิธีที่ทำได้ การใช้บาร์โค้ดเป็นวิธีการที่มีปัญหา แต่ถ้าท่านดื้อดึงดื้อรั้น ยังอยากจะมีบาร์โค้ดอีกก็เป็นสิทธิของท่านที่จะตัดสินใจ แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมด้วย” นายสมชัยกล่าว

นายสมชัยยังกล่าวอีกว่า เชื่อว่า กกต.ทำงานด้วยความตั้งใจ แต่เอกสารรายละเอียดของการทำงานบางอย่าง จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบมากกว่านี้ ขณะเดียวกัน เรื่องใดที่เห็นว่าควรทำหรือไม่ควรทำต้องกล้าที่จะให้ความเห็นต่อ กกต. ไม่ใช่ประเภทว่าเออออตาม กกต.อยากได้อะไรก็เอาตามนั้น เพราะฉะนั้นจะเป็นผลเสียที่เกิดขึ้น ช่วยกันคิด ช่วยกันไตร่ตรองน่าจะดีที่สุด

Advertisement