เปิดขั้นตอนโหวต ปธ.สภา นัดไพโรจน์ซ้อมคุมบัลลังก์ชั่วคราว แจงอรรถวิชช์ ต้องรอมีประธาน ถึงจะขยับเป็น ส.ส. หลังพีระพันธุ์ไขก๊อก
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายศิโรจน์ แพทยพันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราวคือนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยก่อนกระบวนการโหวตวันที่ 15 มีนาคมนี้ จะนัดซักซ้อมก่อน เบื้องต้นแจ้งให้ทราบแล้วว่าการทำหน้าที่ประธานที่ประชุมชั่วคราวต้องดำเนินการอะไรบ้าง
เลขาธิการสภากล่าวว่า สำหรับระยะเวลาที่ใช้โหวตตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภา ทั้ง 3 คน หากไม่มีการเสนอชื่อแข่งขัน หรือมีเพียงรายชื่อเดียวในแต่ละตำแหน่ง ก็ไม่ต้องโหวต แต่ให้ผู้ถูกเสนอชื่อดำรงตำแหน่งแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมสภา คนละ 10 นาที การโหวตก็จะเสร็จสิ้นเร็ว แต่หากมีการเสนอชื่อแข่งก็ต้องเป็นการลงคะแนนลับตามข้อบังคับ ซึ่งประเมินว่าหากมีการเสนอชื่อแข่งอาจใช้เวลาโหวตตำแหน่งละ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นการลงคะแนนลับคือให้ ส.ส.เรียงตามตัวอักษร รับบัตรเพื่อเข้าคูหาเขียนชื่อบุคคลที่จะให้ดำรงตำแหน่ง และนำไปหย่อนลงคูหา ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งนับคะแนน โดยเป็นตัวแทน ส.ส.จากละพรรคร่วมนับคะแนน
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พรรคประชาชนจะเสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และอาจชิงตำแหน่งรองประธานสภาด้วย โดยในวันที่ 13 มีนาคมนี้ พรรคประชาชนจะมีประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยเคาะชื่อบุคคลที่จะส่งเข้าชิงตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภา
ส่วนกรณีที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น นายศิโรจน์ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไป ต้องรอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการประกาศเลื่อน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับถ้ดไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีประธานสภา จึงต้องรอกระบวนการเลือกของสภา และโปรดเกล้าแต่งตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นทราบว่าลำดับถัดไปของพรรครวมไทยสร้างชาติคือนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
เลขาธิการสภากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ยังไม่ยืนยันว่ากระบวนการเลื่อนบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติจะเสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่จะดำเนินการโดยเร็ว หลังมีการโปรดเกล้าฯประธานสภามาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเตรียมรับสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 มีการปรับเปลี่ยนห้องทำงานของ ส.ส. โดยของพรรคภูมิใจไทยจะอยู่ที่ชั้น 6-7 ขณะที่พรรคประชาชนจะอยู่ที่ชั้น 8 และไล่เรียงตามจำนวนสัดส่วน ส.ส.แต่ละพรรคในสภา ซึ่งแตกต่างจากสภาชุดก่อนๆ ที่จัดแบ่งตามตัวอักษรชื่อ ส.ส. รวมทั้งให้แต่ละพรรคจัดโซนห้องเองตามความเหมาะสม

