หน้าแรก การเมือง เริ่มแล้ว! ปร...

เริ่มแล้ว! ประชุมสภานัดแรก โหวตประธานสภาฯ ภท.เสนอ โสภณ ปชน.ส่ง พริษฐ์ ชิง

15.03.26 | 10:22 น.

เริ่มแล้ว! ประชุมสภานัดแรก โหวตประธานสภาฯ ภท.เสนอ โสภณ ปชน.ส่ง พริษฐ์ ชิง

เปิดประชุมสภา นัดแรกคึกคัก “โสภณ-พริษฐ์” ชิงเก้าอี้ประธานสภา ด้าน “โสภณ” แสดงวิสัยทัศน์ขอสภา ตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างสมดุล เลิกใช้วาทกรรม อย่ามุ่งชนะคะคาน

เมื่อเวลา 09.29 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภา ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อให้ ส.ส.ได้กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภา คนที่ 1 และคนที่ 2 โดยหลังจากที่พบว่ามีผู้ลงชื่อครบองค์ประชุมแล้ว นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภา กล่าวเชิญนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะ ส.ส.ที่อาวุโสสูงสุดขึ้นทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุม

จากนั้นนายไพโรจน์ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รักษาข้อบังคับของที่ประชุม ก่อนที่จะเปิดให้เสนอชื่อบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานสภา โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอชื่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทำให้ต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์และลงคะแนนลับ

นายโสภณ ซารัมย์ ยืนกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายวราวุธ ศิลปอาชา ประกบ 2 ข้าง โดยขอบคุณสมาชิกที่เสนอชื่อดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรสาระสำคัญว่า

1.ได้เห็นการทำงานตั้งแต่อดีตในการอภิปราย และปัจจุบันใช้ AI ในการทำงาน หวังว่าในสภาชุดนี้จะหลอมรวมนำประสบการณ์ในอดีตและความรู้สมัยใหม่ มาใช้ในการทำงานสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

Advertisement

2.พร้อมอาสาประชาชนมาทำงาน อำนาจหน้าที่ประธานสภา และสภาผู้แทนราษฎรมี 3 ประการ คือ นำปัญหาประชาชนมาปรึกษาหารือ ตั้งกระทู้ ตั้งญัตติ คาดหวังสภาชุดนี้จะนำปัญหาเดือดร้อนของประชาชนมาแจ้งในสภาเพื่อให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้านการตรวจสอบอยากเห็นการตรวจสอบที่มีคุณภาพและมีความสมดุลเป็นเหตุผลในการทำงานทั้งสองฝ่ายเพื่อประโยชน์ประชาชน

ขณะที่ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโลกในขณะนี้ต้องการเห็นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตต่างๆ เคียงคู่กับรัฐบาล ในการใช้กฎหมายและนิติบัญญัติในการฝ่าวิกฤต ในอดีตเคยเห็นกฎหมายที่มาจากรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ และคาดหวังให้สภาเสนอกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปทำงาน เพราะมีกฎหมายหลายสมัยเป็นจำนวนมากที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้และเป็นประโยชน์ ในเรื่องนิติบัญญัติจะต้องสังคายนากฎหมายที่ล้าสมัยปรับปรุงหรือยกเลิกโดยเร็ว

“เชื่อว่าประชาชนไม่พึงปรารถนาให้สภานี้ใช้วาทกรรมเอาชนะคะคานกัน โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะได้รับ ผมคิดว่าประชาชนปรารถนาที่จะเห็นการออกกฎหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ฉะนั้นหวังอย่างยิ่งว่า สมาชิกสภาแห่งนี้จะได้ร่วมแรงร่วมใจในการทำงานและเสนอกฎหมายสภา แห่งนี้เป็นที่พึ่งและความหวังของประชาชน เป็นตัวอย่างต้นแบบ หากไม่สามารถทำให้สภา แห่งนี้สร้างความศรัทธา เป็นเกียรติ และเป็นสภา ที่สง่างามได้ ก็ยากที่จะทำให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้นตามแบบที่เราต้องการ เพื่อการพัฒนาประเทศ” นายโสภณกล่าว