หน้าแรก การเมือง จุลพันธ์ ยันก...

จุลพันธ์ ยันกลางสภาฯ เป็นรัฐบาล แต่พร้อม นำ 74 สส.พท. ตรวจสอบรัฐหากพบทุจริต

19.03.26 | 12:09 น.

หัวหน้า พท.ประกาศกลางสภาฯ ไม่นิ่งเฉย พร้อม นำ “74 สส.พท.” ตรวจสอบรัฐ หากพบความผิดพลาด-ทุจริต แม้จะอยู่ร่วมรัฐบาล ชี้คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ถูกตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดย นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน

ช่วงหนึ่ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขณะนี้มีการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯ 2 คน คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน สำหรับพรรคเพื่อไทย เราเป็นพรรคการเมืองซึ่งอยู่ในระบบรัฐสภามาอย่างยาวนาน และเรายึดมั่นในหลักการและกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด สิ่งที่มีการอภิปรายกันเป็นเรื่องคุณสมบัติ เรื่องความชอบ สิ่งที่เป็นห่วงต่อบรรยากาศของการประชุมสภา คือการอภิปราย จะต้องอยู่ในกรอบของข้อบังคับการประชุม ตามข้อ 69 ไม่อนุญาตให้มีการใส่ร้ายป้ายสี หรือการพูดเท็จ ซึ่งตนจะยึดมั่นในกรอบอย่างเคร่งครัด ไม่มีการพูดถึงบุคคลในทางที่เสียหาย โดยที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ทราบใดๆ ที่สำคัญที่สุดวันนี้ตนอาจจะไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติของทั้ง 2 ท่านนัก

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ตนไม่ใช่พระโสดาบัน ที่จะไปชี้กล่าวโทษ​ว่าใครดี ใครเลว แต่กระบวนการเข้าสู่แคนดิเดตนายกฯของทุกพรรคการเมือง เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ก็ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และชื่อทั้ง 2 ท่านก็ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบมาอย่างเพียงพอในเรื่องคุณสมบัติ ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และหากมีข้อสงสัย ในสภายังมีกระบวนการต่อเนื่องจากไปทั้งกระทู้ถาม ญัตติ การตรวจสอบอย่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจำเป็นต่อการตรวจสอบที่เข้มข้น เป็นการพิสูจน์ชัดว่าสิ่งที่พวกท่านสงสัยในตัวบุคคล ประพฤติชอบ ปฏิบัติถูกต้องตามครรลองของระบอบประชาธิปัตย์หรือไม่

“ญัตติวันนี้เป็นการเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯ พรรคเพื่อไทย ได้ประชุม ส.ส.ทั้ง 74 คน เรามีมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีการครอบงำหรือชี้นำใดๆ เป็นการลงมติของสมาชิกเอง โดยเอกสิทธิ์ของตน โดยมีมติเห็นชอบ นายอนุทิน เป็นนายกฯ ถึงแม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ภาระหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐที่จะเกิดขึ้นไม่ได้แตกต่างกัน หากมีอะไรที่ผิดพลาด เป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นแน่นอนว่าทั้ง 74 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่อยู่นิ่งเฉย” นายจุลพันธ์กล่าว

Advertisement

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า วันนี้นโยบายของพรรคหลายนโยบายจะสามารถนำบรรจุในนโยบายรัฐบาลที่จะเสนอต่อรัฐสภา และได้รับการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และหากกระบวนการครบถ้วน ได้มีตำแหน่งสามารถดำเนินการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรายืนยันว่าจะต้องนำปัญหาของประชาชนไปเร่งดำเนินการแก้ไข และในฐานะเป็น ส.ส. เมื่อมีปัญหากับประชาชน ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ ความปลอดภัยมั่นคง เศรษฐกิจปากท้อง ส.ส.เพื่อไทยพร้อมเป็นปากเสียงให้ประชาชนนำเสนอในสภา เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนไปให้รัฐบาลแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม