“ณัฐวุฒิ” เผย ผลหารือ ร่วม “โสภณ” ยึด ประชุมสภาพุธ-พฤหัสฯ บอก หากจำเป็นเพิ่มวันศุกร์เดือนละ 2 ครั้ง เปิดไทม์ไลน์ เริ่มสมัยประชุมที่หนึ่ง 14 มี.ค. – 11 ก.ค. สมัยที่สองเริ่ม 25 ส.ค.-22 ธ.ค. ชี้ ถกญัตติวิกฤตน้ำมันวันนี้เต็มที่ มี ส.ส.อภิปรายร่วม 100 คน
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม เวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ เป็นต้น เพื่อหารือเรื่องการกำหนดวัน เวลาในการประชุม และสมัยการประชุม
จากนั้นเวลา 09.30 น. นายณัฐวุฒิเปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการหารือประเด็นหลักๆ 3 ประเด็น คือ 1.เรื่องวันเวลาประชุม เบื้องต้นยืนยันนัดประชุมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่ผ่านมาคือวันพุธและวันพฤหัสบดีของทุกสัปดาห์ แต่เราพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจจะมีวาระอื่นๆ ทั้งรายงานของหน่วยงานต่างๆ หรือการเสนอร่างกฎหมายของ ส.ส. รวมถึงการเสนอร่างกฎหมายของภาคประชาชน ที่อาจจะมีการค้างการพิจารณา หรือในอนาคตหากคณะรัฐมนตรี มีการยืนยันกฎหมายกลับมาที่ประชุม จึงเปิดช่องให้มีการประชุมเพิ่ม กรณีที่มีการพิจารณาวาระครั้งการพิจารณา ก็จะประชุมเพิ่มในวันศุกร์อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อเดือน
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นตรงกันว่าการประชุมสัปดาห์ไหนที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็อาจจะมีการประชุมชดเชย เพื่อทำให้สภาแห่งนี้มีการนำปัญหาของประชาชนมาพูดคุยกันอย่างเต็มที่ และการประชุมสภาจะเริ่มในเวลา 09.00 น. ส่วนจะจบเมื่อไหร่คงขึ้นอยู่กับวาระของแต่ละวัน 2.ที่ได้มีการหารือกันคือ วันเวลาของการปิดสมัยประชุม ทั้งในสมัยที่ 1 และสมัยที่ 2 โดยในสมัยที่หนึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. ไปถึงวันที่ 11 ก.ค. ขณะที่สมัยที่ 2 เริ่มวันที่ 25 ส.ค.เป็นต้นไป และปิดวันที่ 22 ธ.ค. เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา 120 วันคือ โดยใช้กรอบนี้ตลอดการประชุม 4 ปี
และ 3.เรื่องการพิจารณาญัตติ ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบกับสถานการณ์สงคราม ภาคตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ราคาพืชผลเกษตร ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวันนี้ โดยที่ประชุมเห็นว่าเนื่องจากเรื่องนี้ค้างการพิจารณามาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉะนั้น จึงจะเปิดให้สมาชิกได้มีการอภิปรายอย่างเต็มที่ และจากที่มีการหารือกันนั้นคาดว่ามีผู้อภิปรายเกือบ 100 คน ทั้งจากพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานจึงระบุว่าหากเป็นเช่นนั้นให้มีผู้ที่อภิปราย เปิดเป็นระยะเวลา 15 นาที และปิด 10 นาที ส่วนผู้อภิปรายอื่นๆ ใช้ 7 นาทีต่อคน เพื่อให้สมาชิกได้ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนอย่างเต็มที่ ในกรณีนี้จะไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการใดๆ แต่เป็นการอภิปรายเพื่อส่งข้อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไป เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนและสำคัญ
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ในที่ประชุมยังมีการกล่าวถึงการประชุมในวันที่ 26 มี.ค. ที่ไม่ได้มีนัดประชุม ซึ่งฝ่ายค้านต้องการให้มีการประชุม แต่เห็นตรงกันว่าสัปดาห์นี้จะมีการประชุมเพียงวันเดียวคือวันที่ 25 มี.ค. เพื่อให้ ส.ส.ลงพื้นที่พบปะประชาชน ส่วนสัปดาห์ถัดไปประธานจะนัดประชุมหัวหน้าพรรคการเมืองในวันที่ 30 มี.ค.นี้ ก็จะได้หารือถึงการประชุมต่อไป

