หน้าแรก การเมือง การดี ฝาก รบ....

การดี ฝาก รบ.จับตาวิกฤตซ้อนวิกฤต ปมฝุ่น PM2.5-พลังงาน กระทบศก. พร้อมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาแก้ฝุ่น

31.03.26 | 13:34 น.

การดี ฝาก รบ.จับตาวิกฤตซ้อนวิกฤต ปมฝุ่น PM2.5-พลังงาน กระทบศก. พร้อมยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาแก้ฝุ่น

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือขณะนี้ว่า มีความกังวลเพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ กลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยเรื้อรัง และยังมีความกังวลที่เพิ่มขึ้น คือ สุขภาพระยะยาว เพราะเป็นภัยเงียบ และเป็นระเบิดเวลาที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน

นางการดีกล่าวต่อว่า ขอฝากถึงรัฐบาลให้เร่งจับตาภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะปัญหาพลังงานที่จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะจากตัวเลขสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ ยอดจองโรงแรมลดลงถึง 50% ซึ่งพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนจะมีการจองล่วงหน้า 2 สัปดาห์ จึงแสดงให้เห็นว่าไม่มีนักท่องเที่ยวจีนที่จองมาล่วงหน้า เพราะมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของตนเองที่เกิดจากฝุ่น

นางการดีกล่าวด้วยว่า ปัญหาเรื่องฝุ่นเกิดขึ้นมานานนับ 10 ปีแล้ว แต่วันนี้ถือว่าเป็นวิกฤตเฉพาะหน้า ซึ่งจากการวิเคราะห์ของตนได้ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมของจิสด้า พบว่ามีจุดความร้อนเมื่อเปรียบเทียบปัจจุบันกับปีที่แล้ว เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะฝุ่นที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือวิกฤตทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ข้อมูลวันนี้พบว่าจุดความร้อนเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างน่าตกใจ ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากการขาดแคลนพลังงานทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งหันไปใช้วิธีการเผาเช่นเดิม

“ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่มาแล้วไป แต่จะต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) พรรคจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เร่งแก้ไขปัญหานี้ให้เสร็จสมบูรณ์ และมองการแก้ปัญหานี้ในระยะยาวด้วย” นางการดีกล่าว

Advertisement

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่าปัญหาเรื่องฝุ่นมี 4 มิติ คือ 1.ต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม 2.การจัดการการจัดการเกษตร 3.การจัดการสุขภาพ และ 4.มิติเศรษฐกิจในภาพรวม โดยจะมีการนำเสนอทั้ง 4 มิตินี้ต่อสภา เพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้รัฐบาล ทุกคนจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีเศรษฐกิจที่มั่นคงต่อไปได้ ไม่อยู่บนความเสี่ยงของคุณภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

ดังนั้นต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ให้เป็นเรื่องของไฟไหม้ฟาง พูดกันเฉพาะในเรื่องฝุ่นเท่านั้น หรือเยียวยาระยะสั้น เพราะเรื่องฝุ่นมีสถิติการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร รวมทั้งการเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งประเทศไทยประสบปัญหานี้อยู่แล้ว และในภาวะที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และภาวะดิ้นรนทางเศรษฐกิจ สิ่งนี้จึงรุมเร้าเข้ามาซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล

เมื่อถามว่า มีกฎหมายที่บังคับใช้ในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ยังเกิดสถานการณ์ฝุ่นอยู่มองว่ามาจากสาเหตุใด นางการดีกล่าวว่า ต้องดูที่ต้นตอของปัญหาก่อน สภาพปัจจุบันมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น มีความชื้นลดลง แต่การจัดการภาครัฐหรือกฎหมาย แม้จะมีอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เข้าใจต้นตอของสาเหตุให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น พื้นที่เพาะปลูก การจะเคลื่อนย้ายขยะทางการเกษตรใช้ต้นทุนที่สูง

หากรัฐไม่แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ปัญหาก็จะกลับมาที่เดิม ไม่ใช่บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเห็นอกเห็นใจ จริงๆ แล้วรัฐไม่ควรใช้กฎหมายเท่านั้นแต่ควรมีทางออกให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ทั้งแนวทางการกำจัดขยะทางการเกษตร ให้มีระบบวงจรและต้นทุนถูกลง

เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือควรจะมีส่วนร่วม ในการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง นางการดีกล่าวว่า เมื่อเป็นภาวะวิกฤตด้านสุขภาพไปแล้ว จึงอยากเห็นการสร้างที่พักพิงพิเศษเหมือนที่มีในต่างประเทศที่มีที่พักสำหรับอากาศร้อนเกินเหตุ ดังนั้นบ้านเราต้องมีพื้นที่สะอาด โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะยาว